วาดเส้นโลหะช้อนขนาดจิ๋ว

ภาพช้อนโลหะต้นแบบ

อย่างที่เคยสอนไปแล้วในวาดเส้นโลหะ กล่าวคือต้องวาดตามขั้นตอนวาดเส้นตามปกติคือ ร่างภาพ ตัดเส้นให้เรียบร้อย จากนั้นเแรเงาน้ำหนักภาพรวมแล้วจึงเก็บรายละเอียด

As I have already taught in the article drawing a metal. Say that, to draw step by step drawing as usual. That is sketch, shade and detailed.

ภาพร่างช้อนโลหะ

เพียงแต่ในการวาดเส้นโลหะวัตถุมันวาวจะต้องสังเกตุแสงสว่างสุด (Highlight) ว่าอยู่ในตำแหน่งใด มีรูปร่างเช่นใด แล้วตัดทอนออกมาวาดให้คล้ายลวดลายของสีขาวที่สอดคล้องไปกับพื้นผิวของวัตถุ โดยเว้นพื้นที่ในส่วนนี้ไว้เมื่อลงน้ำหนักกลางตามโมเดลแสงปกติ.

Just to draw a metallic,  shiny object needs to notice where the highlights is. Have any shape. Then draw out a pattern of white that corresponds to the surface of the object. Leave space in this section when shading.

วาดเส้นช้อนโลหะ

สุดท้ายเก็บรายละเอียดโดยสังเกตุน้ำหนักเข้มซึ่งจะเป็นลวดลายคมชัดเช่นเดียวกับแสงสว่างสุดนั่นเอง

Finally, keep the details by observing the darker weight, which will be a clear pattern as well as the highlights.

หากเราสามารถผสมผสานน้ำหนักของแสงสว่างสุดกับน้ำหนักเข้มให้คละเคล้ากลมกลืนกันผลงานของเราก็จะดูสวยงามน่าสนใจมากทีเดียว.

If we can mix the highlights and the dark to blend in harmony. Our work is very beautiful.

โดยครูจ๋าวาดเส้น

วันเสาร์ที่ ๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๑

by JarArtTutor

Saturday 8 September 2018

ศิลปะบำบัดสมาธิสั้น (ในมุมมองจ๋า)

ต้องขอออกตัวก่อนว่าจ๋าเป็นเพียงผู้สอนคนหนึ่งที่มีประสบการณ์ได้สัมผัสกับเด็กๆบ้าง ไม่ได้มากมายอะไร และไม่ได้เป็สายตรงที่จบศิลปะเด็กหรือเอกปฐมวัย  แต่เท่าที่สัมผัสและรับรู้ได้นั้น สมาธิสั้นไม่ใช่เรื่องไม่ดี

มันคงจะแย่มากถ้าหากเรานั่งทำงานได้ติดต่อกันเกิน 24 ชั่วโมงต่อวันโดยไม่ลุกไปไหนเลย.  ที่ต้องยกตัวอย่างให้เว่อร์เพื่อจะได้มองเห็นภาพชัดขึ้นว่าการมีสมาธิจดจ่อกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งนานๆก็ไม่ใช่ผลดีเสมอไป

เพื่อปกป้องไม่ให้ร่างกายบาดเจ็บจากการอยู่ในท่าเดิมนานๆธรรมชาติจึงต้องการให้เราเคลื่อนไหวให้มากโดยทำให้เรารู้สึกหมดความสนใจกับสิ่งที่ทำแล้วหันไปทำอย่างอื่นสลับกันแทน เมื่อเห็นดังนี้แล้วการมีสมาธิที่จำกัดจึงเป็นเรื่องธรรมดา.

จ๋าจึงเกิดคำถามหนึ่งขึ้นในใจว่า “สมาธิสั้นมีอยู่จริงหรือไม่?” และเมื่อได้ลองค้นหาคำนี้ดูก็ได้พบกับบทความของคุณหนูดี และเห็นด้วยกับเนื้อความที่ว่า แท้จริงแล้วเด็กสมาธิสั้นเป็นเด็กที่ฉลาดมาก และจะมีสมาธิสูงกับเรื่องที่สนใจเท่านั้น หากเป็นเรื่องที่ไม่สนใจก็จะไม่สามารถจดจ่ออยู่ได้เลย

จริงอยู่ที่อาการสมาธิสั้นถ้าหากมีมากไปจะเป็นผลเสียหายต่อตัวเด็ก การไม่สนใจสิ่งรอบข้างอาจทำให้คุยกับผู้อื่นไม่รู้เรื่อง หรือเรียนหนังสือตามไม่ทัน การควบคุมอารมณ์ไม่ได้อาจทำให้เข้ากับผู้อื่นได้ยากก็จะมีผลกระทบตามมา สุดท้ายการไม่สามารถจดจ่ออยู่กับงานใดงานหนึ่งก็จะทำให้สร้างสรรค์งานไม่สำเร็จ และตอกย้ำความรู้สึกว่าตนเองไม่มีความสามารถที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถ้าหากมันมีมากจนทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลงแล้วล่ะก็ ก็อาจถูกเรียกว่าเป็นโรคสมาธิสั้นได้

แต่ถึงอย่างนั้นมันจะมีประโยชน์อะไรหากเรามองว่ามันเป็นความบกพร่องที่ทำให้เราแปลกแยกจากคนอื่นๆ เรามามองในแง่ดีว่าเรากำลังรับมือกับเรื่องยากๆ  แต่มันก็เป็นปัญหาปกติที่ชีวิตต้องเผชิญบ้างดีกว่า

ตามความเห็นของจ๋า เด็กที่มีสมาธิสั้นคือเด็กที่ฉลาดมากเกินกว่าปกติด้วยซ้ำไป.  เพราะอะไรถึงทำให้เค้าไม่สนใจสิ่งต่างๆที่เราพยายามยัดเยียดให้เค้าทำ  คำตอบก็คือเพราะเด็กคนนั้นรู้ว่า “เรื่องนั้นมันไม่มีประโยชน์ต่อตัวเขา”  จากทฤษฏีจิตวิทยาปัจเจกบุคคลของ อัลเฟรด แอดเลอร์ ได้อธิบายว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่กระทำสิ่งต่างๆโดยยึดเป้าหมายเป็นสำคัญ แสดงให้เห็นว่าทุกๆการกระทำล้วนต้องมีเป้าหมาย.  ลองคิดดูว่าถ้าหากเราต้องทำกิจกรรมอะไรบางอย่างไปนานๆโดยไม่รู้เหตุผลว่าทำไปทำไม  กิจกรรมนี้มันสำคัญอย่างไร  จ๋าเชื่อว่าไม่นาน เราก็จะเบื่อมันไปเอง  ไม่ต้องให้เด็กมาทำหรอก เอาเป็นผู้ใหญ่โตแล้วนี่แหละ หรือจะแก่แล้วก็ได้ (55+)

เวลากำหนดกิจกรรมการเรียนการสอน เรามักจะมองจากมุมมองของเราไปสู่ตัวเด็กแล้วคิดแทนเด็ก  ว่าอันนี้น่าจะมีประโยชน์ต่อตัวเขานะ  อันนี้ไม่มีประโยชน์… ทั้งที่ความจริงเราไม่สามารถรู้ได้ด้วยความคิดของเราเลยว่าอะไรที่มีประโยชน์ต่อตัวเขาจริงๆ.  เรามองแทนเขา เราคิดในแบบของเรา  แต่เราคิดแทนเขา   เราไม่เคยตั้งใจดูจริงๆว่าแท้จริงแล้วเขาชอบเขาสนใจอะไร  นี่คือประเด็นของศิลปะบำบัดสมาธิสั้นในทัศนของจ๋านะ.

เด็กสมาธิสั้นไม่ใช่เด็กมีปัญหาที่ต้องหาทางรักษาโดยการให้ยาหรือการส่งไปบำบัด   มันไม่ใช่ว่าทำแค่นั้นแล้วจะหายได้  แต่คนที่มีอาการสมาธิสั้นเป็นคนฉลาด  เขาสามารถคิดเองได้ดีและต้องการการช่วยเหลือสนับสนุน ต้องการการสนใจ เอาใจใส่ การแนะนำที่ตรงตามความสนใจของเขาก็เท่านั้นเอง.   ถ้าเป็นเด็กเล็ก ก็ควรจะให้ได้ลองทำกิจกรรมหลากหลายแล้วก็สังเกตพฤติกรรมว่าเขาเลือกเขาชอบทางไหนก็ส่งเสริมไปทางนั้น.  มันอาจฟังดูง่าย ซึ่งความจริงแล้วไม่ได้ง่ายซะทีเดียว.  เพราะสิ่งที่เด็กๆต้องการไม่ใช่แค่กิจกรรมดีๆ หรือคอร์สเรียนราคาแพง แต่เป็นความรักความอบอุ่นและดูแลเอาใจใส่จากคนในครอบครัว คนรอบข้างต่างหาก. ดังนั้นหากต้องการดูแลเด็กที่อยู่ไม่นิ่งเหล่านี้ต้องใช้พลังมาก เพราะดูแลเอาใจใส่แบบเฉพาะเจาะจงเป็นคนๆไป และจ๋าคิดว่าจะเป็นใครไปไม่ได้เลยที่จะทำหน้าที่นี้ได้ดีที่สุดถ้าไม่เริ่มจากตัวผู้ปกครองเอง

มาถึงตรงนี้ถ้าหากจ๋าอยากโฆษณาขายคอร์สเรียนศิลปะบำบัดที่อาจจะราคาสูงสักหน่อยแต่สอนตัวต่อตัวก็คงจะทำได้ (55+) แต่จ๋าไม่ทำหรอก เพราะไม่ค่อยถนัดดูแลเด็กๆด้วยหนึ่ง.  สองก็คือ ไม่ใช่ว่าจ่ายเงินซื้อคอร์สเรียนศิลปะบำบัดแล้วจะหาย.  แต่เด็กๆจะดีขึ้นแน่ มีความสุขขึ้นแน่ๆถ้าหากเค้าได้ทำในสิ่งที่เค้ารักแล้วประสบความสำเร็จ.  คุณเองก็เหมือนกันใช่ไหมล่ะ  ไม่มีใครอยากรู้สึกว่าทำงานอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จหรอก ดังนั้นในการกำหนดกิจกรรมสำหรับเด็กๆ (หรือจะผู้ใหญ่ก็ได้นะ สำหรับทุกคนเลย) ควรคำนึงดังนี้

1. เป็นเรื่องที่น่าสนใจ

ให้ลองคิดถึงตัวเอง ถ้ามีคนมาบังคับให้เราวาด    วาดอะไรก็ไม่รู้ที่เราไม่ได้สนใจเลย  เราจะตั้งใจวาดได้สักแค่ไหน.  การค้นหาความสนใจจริงๆของตนเองเป็นเรื่องลึกลับอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ ถ้าไม่เชื่อก็ลองค้นหาดูด้วยตนเอง. ดังนั้นถ้าเรื่องที่จะทำมันไม่น่าสนใจ มันก็คงไม่ใช่กิจกรรมที่เหมาะกับเราแล้วล่ะ  กับเด็กๆก็เช่นกัน.  ถ้าไม่น่าสนใจสำหรับพวกเขาก็อย่าไปบังคับให้เขาทำ.

2.ง่ายเกินกว่าที่จะล้มเหลว

จ๋าชอบคำนี้ที่สุดเลยนะตอนนี้ เพราะได้สัมผัสอะไรหลายๆอย่างด้วยตนเองแล้วมองว่าวิธีนี้ได้ผลเอามากๆ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกิจกรรมการสอนเด็กๆด้วย.  ไม่มีใครชอบความล้มเหลว ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่  ถ้าเรื่องที่ทำมันยากเกินไป แม้จะเป็นเรื่องที่น่าสนใจแค่ไหนก็คงทำใจให้ชอบลำบาก  ดังนั้นถ้าจะชวนเด็กทำกิจกรรมอะไรให้พยายามดูกำลังของเด็กให้มากๆ ว่ามันไม่ง่ายจนน่าเบื่อ และไม่ยากจนเกินจะทำได้ แค่พอตึงๆมือก็น่าสนุกดีแล้วนะ.

3.มีเป้าหมายชัดเจน

ว่าทำไปทำไม. พยายามแสดงจุดหมายปลายทางให้เห็นภาพชัดๆเลยว่าทำไปแล้วจะได้อะไรออกมา เพราะถ้าให้แค่โจทย์แล้วปล่อยให้ทำเองโดยไม่มีภาพขั้นตอนการทำงานแสดงประกอบให้ชัด หรือไม่มีผลลัพท์ให้เห็น ก็คงยากที่จะเข้าใจว่าให้ทำอะไร.  ต่อให้เป็นคนเก่งยังไงก็คงต้องมีหลงทาง มีงงแน่นอนถ้าไม่อธิบายให้ดีก่อน.  อย่าว่าแต่เด็กเลย ผู้ใหญ่หลายคนอย่างเราเองบางครั้งก็ไปไม่ถูกเหมือนกัน

ประเด็นเรื่อง “ทำไมเด็กถึงติดเกมส์?” น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีของแนวทางการจัดกิจกรรมให้เด็ก คุณเคยสงสัยมั้ยว่าทำไมคนชอบเล่นเกมส์มากกว่าเรียนหนังสือ.  เด็กหรือคนที่สมาธิสั้นหลายคนไม่สามารถจดจ่ออยู่กับอะไรได้นานแต่บางคนก็สามารถเล่นเกมส์ได้นานมาก…   จ๋าฟันธงเลยว่าเด็กหรือคนที่ติดเกมส์ไม่ได้สมาธิสั้นจริงๆหรอก. พวกเขาแค่กำลังทำกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อตัวเองอยู่  จริงอยู่การเล่นเกมส์อาจไม่มีประโยชน์ในสายตาคนรอบข้างแต่ในโลกของเด็กๆที่เล่นเกมส์ ชัยชนะและกิจกรรมในเกมส์ทำให้ชีวิตของพวกเขามีความหมาย และเต็มไปด้วยคุณค่า.  ทำไมเกมส์ถึงให้ความรู้สึกแบบนั้นได้.  เพราะพวกเขาได้ออกแบบกิจกรรมมาอย่างระมัดระวังต่อการกระทบจิตใจของผู้เล่นโดย 1.มีเป้าหมายชัดเจน  2.ง่ายเกินกว่าที่จะล้มเหลว  และ3.มันดูน่าสนใจ.  แล้วเราจะพบว่าเด็กๆที่เล่นเกมส์จะค่อยๆดึงตัวเองออกจากโลกแห่งความเป็นจริงที่ชีวิตล้มเหลว และเข้าไปอยู่ในโลกเสมือนที่ชีวิตตัวเองโดดเด่นและประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น. ถ้าหากเรารู้เท่าทันอย่างนี้แล้วในฐานะคนในครอบครัว หัวหน้าครอบครัวหรือผู้ปกครอง ก็สามารถต่อสู้กับปัญหาเหล่านี้โดยการจัดสภาพแวดล้อมให้ดูดีกว่าในเกมส์ซะ เพื่อดึงเด็กๆออกมาโดยพลัน .  อนึ่งเกมส์ไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยนะถ้าเล่นแต่น้อย ออกกำลังกายให้มากๆ (55+)

ก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครองที่สนใจดูแลเด็กๆที่อยู่ไม่นิ่งที่บ้านด้วยนะคะ  ขอบคุณที่ติดตามบทความในเว็บบ้านโพรงไม้มาโดยตลอดค่ะ.

แผนที่บ้านโพรงไม้หัวหิน

ปล. ห้องเรียนศิลปะบ้านโพรงไม้ยินดีต้อนรับผู้สนใจฝึกฝนวิชาวาดรูปอย่างจริงจังเสมอ.  จ๋าสามารถสอนวาดรูปได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่ที่จำกัดเอาไว้ว่ารับเฉพาะเด็กโตตั้งแต่มัธยมขึ้นไปเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กเล็กถูกบังคับให้เรียนวาดรูปแบบเด็กโตทั้งๆที่ไม่ได้สนใจ เพราะจ๋าไม่ได้สอนแบบศิลปะเด็กซึ่งต้องการการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ. แต่ถ้าคิดว่าเด็กเล็กของคุณสนใจวาดรูปเป็นพิเศษก็สามารถเข้ามาได้เสมอค่ะ จ๋ายินดีต้อนรับ

จ๋าสามารถสอนให้คนที่สนใจวาดรูปสามารถวาดเก่งขึ้นได้

แต่ไม่สามารถทำให้คนที่ไม่ได้สนใจวาดรูปหันมาวาดได้

ฉะนั้นถ้าหากตั้งใจว่าจะฝึกวาดรูปแล้วก็ติดต่อกันมาได้เสมอค่ะ

 

ทำไมต้องเรียนมหาวิทยาลัยศิลปะ?

ทำไมต้องเรียนจบจากมหาวิทยาลัยในคณะศิลปกรรมฯ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง จึงจะทำงานศิลปะได้ดี. ในมหาวิทยลัยสาขานี้เขาเรียน เขาสอนเกี่ยวกับอะไรกัน. แล้วทำไมรูปแบบการสอนจึงมีแบบแผนเช่นทุกวันนี้

ถ้าเอาเท่าที่จำได้ วิชาที่เรียนในมหาวิทยาลัยก็จะมีวาดเส้นพื้นฐาน, และพื้นฐานเทคนิคการสร้างสรรค์งานรูปแบบต่างๆ ทั้งพิมพ์ เพ้นท์(สีน้ำ, สีโปสเตอร์, สีน้ำมัน, สีอะคิลิก) ปั้น ศิลปะไทย, สิ่งทอ, องค์ประกอบศิลป์หรือออกแบบ , ประวัติศาสตร์ศิลป์, สุนทรียศาสตร์, ระเบียบวิธีวิจัย ฯลฯ ซึ่งจะปูพื้นไปสู่การทำศิลปนิพนธ์ตามความสนใจเพื่อจบหลักสูตรในปี 4

ทั้งหมดนี้จ๋าจะลองอธิบายคร่าวๆเพื่อให้เหตุผลในการต้องเรียนแต่ละอย่างดู.

1. วาดเส้น – ฝึกทักษะในการสังเกตสิ่งต่างๆรอบตัวเพื่อนำข้อมูลมาคิดงานใหม่ และถ่ายทอดความคิดนั้นออกมาเป็นผลงานสร้างสรรค์ ถือว่าเป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญมาก

2. องค์ประกอบศิลป์ – เป็นวิชาที่หน่วยกิตหนักมากสำหรับสายศิลปะ และถ้าหากไม่เข้าใจหลักการก็จะรู้สึกเหมือนเล่นหวยเลย ว่าส่งงานไปคราวนี้จะได้เกรดอะไร (ประมาณว่าเอาใจอาจารย์ไม่ถูก) แต่ความจริงแล้ววิชานี้เรียกว่าเป็นหัวใจของการสร้างสรรค์งาน เพราะเป็นวิธีที่คนรุ่นก่อนๆเค้าได้สังเกตไว้แล้วว่าจัดวางแบบนี้แล้วทำให้งานสวยงาม น่ามอง น่าดึงดูดสายตา. สรุปมันคือศาสตร์ในการจัดวางให้สวยงาม ถือเป็นภาษาภาพ เป็นภาษาทางศิลปะ(ทัศนศิลป์)

 

3. พื้นฐานเทคนิคสร้างสรรค์งาน – แบ่งออกเป็นหลายสาขาตามที่กล่าวคือ ภาพพิมพ์, เพ้นท์, ปั้น, ศิลปะไทย, สิ่งทอ, ซึ่งในแต่ละสาขาก็แตกแขนงย่อยได้อีก เช่นในเอกเพ้นท์ก็มีเทคนิค สีไม้ สีน้ำ สีโปสเตอร์ สีน้ำมัน สีอะคิลิก ฯลฯ เป็นต้น. แสดงให้เห็นว่าโลกของการสร้างสรรค์งานกว้างใหญ่ไพศาลมาก.  แค่เลือกเรียนศิลปะอย่างเดียวยังไม่พอ เราต้องเลือกเทคนิคในการสร้างสรรค์งานให้ถูกกับจริตของตัวเองด้วย. เพราะในแต่ละเทคนิคก็มีรายละเอียดของมันอยู่มากเช่นกัน.  มันเป็นไปได้ยากที่คนๆเดียวจะชำนาญได้ทุกเทคนิค.  ดังนั้นในช่วงปี1- ปี2 นักศึกษาศิลปะก็จะได้เรียนพื้นฐานพวกนี้แหละ เพื่อจะได้ทดลองทำความรู้จักกับเทคนิคต่างๆดู ดูว่าตัวเองชอบใจหรือถนัดแบบไหน จะได้เลือกเทคนิคนั้นๆไปใช้สร้างสรรค์งานต่อไปในอนาคต จึงเรียกได้ว่าเรียนแบบหว่านไปหมดนั่นแหละ

4. ประวัติศาสตร์ศิลป์ กับสุนทรียศาสตร์ – เรียนเพื่อจะได้รู้ว่ารูปแบบ รูปร่างหน้าตาของศิลปะที่มีในโลกนี้เป็นอย่างไรบ้าง มีอะไรบ้าง มีที่มาที่ไปอย่างไร สำคัญยังไง เค้าสร้างสรรค์งานกันยังไง งานที่ดีๆมันเป็นยังไง. เรียนรู้ไว้จะได้ดูเป็นเยี่ยงอย่าง. ส่วนสุนทรียศาสตร์ก็ให้เรียนรู้ว่ารสนิยมของคนในโลกนี้แต่ละยุคแต่ละสมัย แต่ละพื้นที่เค้าชอบแบบไหนกัน เขาชอบไม่เหมือนกันนะ จะได้มีข้อมูล มีแนวทางที่จะเอาไว้สร้างสรรค์งานของตัวเอง. จะได้รู้ว่าเราจะไปเข้ากับพวกรสนิยมแบบไหน ไปอยู่กลุ่มไหนว่างั้น

5. ระเบียบวิธีวิจัย – หรือเตรียมศิลปะนิพนธ์ วิชานี้เป็นวิชาที่น่าสนใจมาก เพราะเกี่ยวกับการค้นหาตัวเอง.  วิทยานิพนธ์ของศิลปะไม่เหมือนกับคณะอื่นๆตรงที่ ศิลปะจะถามถึงความสำคัญต่อตัวเอง. ถ้าเรื่องที่เราเลือกทำมันสำคัญต่อตัวเองแต่ไม่ได้สำคัญต่อคนอื่น มันก็ยังถือว่าสำคัญในทางศิลปะ  แต่ถ้าเป็นคณะอื่นๆ หัวข้อที่จะเลือกทำจะต้องมีประโยชน์ต่อคนส่วนมาก ในทางกลับกันก็คือถึงไม่ใช่เรื่องที่ผู้เรียนสนใจแต่มันมีประโยชน์ต่อคนอื่นก็น่าทำมากกว่า  แต่ว่าศิลปะนั้นแตกต่างกันอย่างสิ่นเชิงเลย.  เพราะแทะจะเป็นเพียงสาขาเดียวเลยที่ถามว่า “เราชอบอะไร” ซึ่งจ๋ามองว่ามันมีคุณค่ามาก เพราะเราจะไม่ได้พบเจอช่วงเวลาแบบนี้ที่ไหนอีกแล้ว. มันคือช่วงเวลาแห่งการค้นหาตัวตนอย่างแท้จริง

เมื่อเรียนรู้ศิลปะตามหลักสูตรมา 3 ปี ปีสุดท้ายเราก็จะได้นำความรู้ที่เรียน ทักษะที่ฝึกมาสร้างสรรค์งานของตนเองกัน. ก็พยายามสร้างออกมาให้ดูดีที่สุดในระยะเวลา 4 เดือน  เมื่อเรียนจบก็จะมีการจัดแสดงศิลปนิพนธ์ พร้อมกับหอบหิ้วผลงานของตนเองออกไปหางานทำ หรือรับงานทำ หรือบ้างก็เปิดร้านขายของตัวเองไปตามเรื่องตามราวที่ได้สร้างสรรค์มานั่นเอง

 

จะเห็นได้ว่าการเรียนจบจากมหาวิทยาลัยศิลปะ ช่วยเพิ่มความชำนาญเป็นอย่างมากในการคิดสร้างสรรค์ และลงมือทำชิ้นงานออกมาให้ปรากฏ. ตั้งแต่วิธีเรียบง่ายที่สุดอย่างการวาดออกมาให้เห็น ไปจนกระทั่งใช้เทคนิคต่างๆทำออกมาให้ดูเป็นชิ้นงานที่จับต้องได้มากขึ้น. ซึ่งสิ่งเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาที่รู้รายละเอียดงานนั้นๆดีเข้ามาสร้างสรรค์งานทั้งสิ้น  เพราะหากไม่มีความรู้ความชำนาญก็ไม่สามารถสร้างสรรค์ชิ้นงานให้สวยงาม น่าสนใจ และมีรูปลักษณ์ที่มีคุณภาพได้

รายชื่อมหาวิทยาลัยคณะศิลปกรรมศาสตร์

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

  • คณะศิลปกรรมศาสตร์
  • คณะครุศาสตร์ สาขาศิลปศึกษา

มหาวิทยาลัยศิลปากร

  • คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์
  • คณะมัณฑนศิลป์
  • คณะอักษรศาสตร์ หมวดวิชาทัศนศิลป์
  • คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการออกแบบ

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

  • คณะศิลปกรรมศาสตร์
  • วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม
    • สาขาวิชาการออกแบบสื่อปฏิสัมพันธ์และมัลติมีเดีย
    • สาขาวิชาภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล

มหาวิทยาลัยขอนแก่น

  • คณะศิลปกรรมศาสตร์
  • คณะศึกษาศาสตร์ สาขาศิลปศึกษา

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

  • คณะวิจิตรศิลป์
  • คณะศึกษาศาสตร์ สาขาศิลปศึกษา
  • วิทยาลัยสื่อ ศิลปะ และเทคโนโลยี สาขาวิชาแอนนิเมชั่น

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

  • คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาทัศนศิลป์
  • คณะศึกษาศาสตร์ สาขาศิลปศึกษา

มหาวิทยาลัยทักษิณ

  • คณะศิลปกรรมศาสตร์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

  • คณะศิลปกรรมศาสตร์

มหาวิทยาลัยบูรพา

  • คณะศิลปกรรมศาสตร์
  • คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาการสอนศิลปะ

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

  • คณะศิลปกรรมศาสตร์
  • คณะสถาปัตยกรรมผังเมืองและนฤมิตรศิลป์

มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

  • คณะศิลปประยุกต์และการออกแบบ

มหาวิทยาลัยพะเยา

  • คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชาการออกแบบบรรจุภัณฑ์

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

  • สำนักวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ สาขาเทคโนโลยีมัลติมีเดียและการสร้างภาพเคลื่อนไหว

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

  • คณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ
  • คณะเทคโนโลยีเมีเดียและศิลป์ประยุกต์
    • สาขามีเดียอาร์ต
    • สาขาเทคโนโลยีมีเดียและศิลป์ประยุกต์

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

  • คณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ

มาหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

  • คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ

  • คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาออกแบบแฟชั่น

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์

  • คณะศิลปะกรรมศาสตร์

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

  • คณะศิลปกรรมศาสตร์
  • คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน
    • สาขาวิชาถ่ายภาพและภาพยนตร์
    • สาขาวิชามัลติมีเดีย

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

  • คณะศิลปกรรมและการออกแบบอุตสาหกรรม

สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

  • คณะศิลป์วิจิตร
  • คณะศิลป์ศึกษา

มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร

  • คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาศิลปกรรม
  • คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม

มหาวิทยลัยราชภัฏธนบุรี

  • คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาศิลปกรรม

มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

  • คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาศิลปกรรม
  • คณะครุศาสตร์ สาขาศิลปกรรมศึกษา

มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต

  • คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาการออกแบบฯ

มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

  • คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
  • คณะศิลปกรรมศาสตร์

มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

  • คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
    • สาขาเทคโนโลยีเซรามิกส์
    • สาขาออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
  • คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาทัศนศิลป์

มหาวิทยาลัยราชพิบูลย์สงคราม

  • คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
    • สาขาเทคโนโลยีเซรามิกส์
    • สาขาออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต

  • คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาออกแบบผลิตภัณฑ์

มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่

  • คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาศิลปศึกษา
  • คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาวิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์

มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช

  • คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์
    • หลักสูตรศิลปกรรม
    • หลักสูตรจิตรกรรม

มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา

  • คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาศิลปกรรม

มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี

  • คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์
    • สาขาวิชาศิลปศึกษา
    • สาขาศิลปะและการออกแบบ

มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย

  • คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาศิลปศึกษา
  • คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์สาขาทัศนศิลป์

มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร

  • คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาศิลปกรรม

มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา

  • คณะศิลปกรรมศาสตร์

อ่านเพิ่มเติม “รายชื่อมหาวิทยาลัยคณะศิลปกรรมศาสตร์”

รายชื่อมหาวิทยาลัยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

  1. สาขาสถาปัตยกรรม
  2. สาขาสถาปัตยกรรมภายใน
  3. สาขาภูมิสถาปัตยกรรม
  4. สาขาสถาปัตยกรรมไทย
  5. สาขาสถาปัตยกรรมผังเมือง
  6. สาขาออกแบบอุตสาหกรรม

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

  1. สาขาสถาปัตยกรรม
  2. สาขาสถาปัตยกรรมภายใน
  3. สาขาศิลปอุตสาหกรรม

คณะสถาปัตยกรรมศาสาตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

  1. สาขาสถาปัตยกรรม
  2. สาขาออกแบบอุตสาหกรรม

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

  1. สาขาสถาปัตยกรรม
  2. สาขาสถาปัตยกรรมภายใน
  3. สาขาวิชาการผังเมือง
  4. สาขาภูมิสถาปัตยกรรม

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

  1. สาขาสถาปัตยกรรม
  2. สาขาภูมิสถาปัตยกรรม

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

  1. สาขาสถาปัตยกรรม

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี

  1. สาขาสถาปัตยกรรม
  2. สาขาสถาปัตยกรรมภายใน
  3. สาขาศิลปอุตสาหกรรม

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

  1. สาขาสถาปัตยกรรม

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

  1. สาขาสถาปัตยกรรม
  2. สาขาสถาปัตยกรรมภายใน
  3. สาขาสถาปัตยกรรมผังเมืองและชุมชน

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และการออกแบบสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยแม่โจ้

  1. สาขาสถาปัตยกรรม
  2. ภูมิสถาปัตยกรรม
  3. เทคโนโลยีภมูิทัศน์

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

  1. สาขาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม
  2. สาขาสถาปัตยกรรมภายใน

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

  1. สาขาสถาปัตยกรรม
  2. สาขาออกแบบภายใน
  3. สาขาออกแบบเซรามิกส์

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

  1. สาขาสถาปัตยกรรม
  2. สาขาสถาปัตยกรรมไทย

สำนักวิชาสถาปัตยกรรมและการออกแบบมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

  1. สาขาสถาปัตยกรรม
  2. สาขาออกแบบอุตสาหกรรม

คณะศิลปกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา

  1. สาขาสถาปัตยกรรม
  2. สาขาสถาปัตยกรรมภายใน
  3. สาขาการจัดการผังเมือง

คณะวิศวกรรมศาสต์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ

  1. สาขาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก

  1. สาขาสถาปัตยกรรม
  2. สาขาสถาปัตยกรรมและวางแผนชุมชน
  3. สาขาออกแบบอุตสาหกรรม

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

  1. สาขาสถาปัตยกรรม
  2. สาขาสถาปัตยกรรมภายใน

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย

  1. สาขาสถาปัตยกรรมศาสตร์

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

  1. สาขาสถาปัตยกรรม
  2. สาขาสถาปัตยกรรมภายใน

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

  1. สาขาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม
  2. สาขาจัดการการก่อสร้าง
  3. สาขาออกแบบอุตสาหกรรม
  4. สาขาเทคโนโลยีภูมิทัศน์

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต

  1. สาขาสถาปัตยกรรม
  2. สาขาสถาปัตยกรรมภายใน

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพฯ

  1. สาขาสถาปัตยกรรม
  2. สาขาวิชาการออกแบบภายใน

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล

  1. สาขาสถาปัตยกรรม

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

  1. สาขาสถาปัตยกรรม
  2. สาขานวตกรรมการออกแบบ

แรงบันดาลใจจากพื้นผิวของต้นไม้

ภาพสเก็ตพื้นผิวต้นไม้ด้วยการลอกลายมา

เช่นเคย ถึงแม้จะเป็นการสอนศิลปะเด็กน้อย แต่วิธีการเรียบง่ายนี้ช่วยชี้นำให้เกิดการสังเกตพื้นผิวที่แตกต่าง หลากหลายได้เป็นอย่างดี  อันที่จริงไม่ได้มีเพียงแต่พื้นผิวของต้นไม้เท่านั้น ทั้งอิฐปูนกระเบื้อง ทุกอย่างล้วนเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศที่จะนำมาใช้ในงานสร้างสรรค์ได้ทั้งสิ้น

ภาพการสร้างสรรค์ผลงานจากพื้นผิวในธรรมชาติ

โจทย์วันนี้ก็คือให้ผู้เรียนนำพื้นผิวที่ลอกลายมาทั้ง 5 แบบ มาสร้างสรรค์เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ อะไรก็ได้

ผลงานสร้างสรรค์สิ่งมีชีวิตจากพื้นผิวที่แตกต่างกัน 5 แบบ

นี่เป็นตัวอย่างงานที่เราสร้างสรรค์เพื่อเป็นตัวอย่างให้ผู้เรียนนะ จะเห็นได้ว่าแปลกประหลาดมากมาย. บางครั้งเราก็ไม่จำเป็นต้องคาดหวังอะไรมาก แค่ลองทำอะไรแปลกใหม่บ้างก็พอ คุณจะเห็นได้เองเมื่อมือจับดินสอ กระดาษว่างเปล่า และพู่กันละเลงสี สิ่งที่เกิดหลังจากนั้นจะแปลกใหม่ บางทีก็อยู่นอกเหนือการควบคุม  แต่นั่นแหละคือความสนุก

กล้าๆวาดกันนะทุกคน อย่าไปคิดอะไรมาก

ครูจ๋าวาดเส้น

ฝึกร่างภาพและแรเงาสี่เหลี่ยมซับซ้อน

หุ่นวาดรูปของเล่นไม้

หลังจากที่เรียนพื้นฐานทัศนียภาพของกล่องสี่เหลี่ยมไปบ้างแล้ว วันนี้จะให้ลองวาดวัตถุสี่เหลี่ยมที่มีความซับซ้อนขึ้น

ขั้นตอนที่ 1 กะขนาดของภาพวาด

เริ่มจากกะขนาดพื้นที่ของภาพวาดและพื้นที่ว่างโดยรอบให้เหมาะสม สมดุลย์กัน

ขั้นตอนที่ 2 สังเกตเส้นรอบนอกของวัตถุ

ให้เอาสายตาไล่ตามขอบของวัตถุ ในที่นี้วัตถุเป็นเหลี่ยมมุมให้ดูจุดสังเกตตามมุมต่างๆ ดูว่ามีกี่มุมที่เกิดขึ้นจุดไว้แล้วลากเส้นตรงเชื่อมกันก็ได้

ขั้นตอนที่ 3 วาดโครงสร้างของวัตถุ

วาดเค้าโครง โคร่างสร้างของวัตถุตามความเข้าใจรูปทรงของเราลงไป ถึงแม้จะมีบางส่วนหายไปหรือโดนบังทำให้มองไม่เห็น เราก็ต้องจินตนาการให้ออกเพื่อให้เห็นภาพรวม.

ขั้นตอนที่ 4 เช็คความถูกต้องของสัดส่วน

ในขั้นตอนนี้จะเริ่มปรับขนาดเส้นที่ผิดเพี้ยนให้สมจริงขึ้นตามหลักทัศนีย์ภาพด้วย

ขั้นตอนที่ 4 ร่างแบ่งระยะห่างช่องสี่เหลี่ยม

ร่างแบ่งระยะห่างช่องสี่เหลี่ยามตามหลักทัศนีย์ภาพโดยการใช้กากบาทหาจุดกึ่งกลางแบ่งครึ่งด้านต่างๆ. และหาระยะ 1/3

ร่างภาพแบ่งช่องลูกเต๋า

เมื่อร่างแบ่งระยะได้ทั้งในแนวตั้งและแนวนอนครบแล้วก็จะได้ก้อนสี่เหลี่ยมผืนผ้า 4*3*3 ลายตารางดังนี้

ขั้นตอนที่ 5 ให้วาดภาพแต่ละด้านลงไปในสี่เหลี่ยม

สังเกตุภาพแต่ละด้านแล้ววาดลงไปในแต่ละด้านของสี่เหลี่ยม

ขั้นตอนที่ 6 วาดเส้นเชื่อมโยงระยะทั้งหมดเข้าด้วยกัน แล้วลงเงาโดยเว้นแสงสว่างสุด

วาดเส้นเชื่อมโยงความลึกของแต่ละด้านเข้าด้วยกัน โดยสังเกตจากแบบจริงและไล่จากความเข้าใจตามหลักทัศนีย์ภาพไปพร้อมๆกัน เพื่อให้ภาพออกมาสมจริง.  จากนั้นระบายน้ำหนักอ่อนโดยเว้นแสงสว่างสุดไว้

ขั้นตอนที่ 7 ระบายเงาเข้ม

ระบายเงาเข้มเพื่อให้ภาพมีมิติมากขึ้น รวมถึงเงาตกทอดด้วย

ขั้นตอนที่ 8 ตกแต่งน้ำหนักเข้มสุด

เมื่อวาดเสร็จแล้วเราสามารถระบายไล่น้ำหนักอ่อนเข้มในแต่ละส่วนเพื่อให้เกิดลายละเอียดสวยงามตามความพอใจได้ค่ะ

ขอให้ผู้ฝึกทุกท่านอย่าเพิ่งท้อถอยค่ะ หากแบบยากไปสามารถเลือกแบบที่ง่ายลงได้ แล้วค่อยๆเพิ่มความซับซ้อนขึ้นทีละนิด

 

ขอให้มีสมาธิกับการทำงานนะทุกคน

ครูจ๋าวาดเส้น