ศิลปะเด็กในสายตาผู้ใหญ่

สำหรับผู้ปกครองที่กำลังดูแลลูกหลานเองที่บ้าน เด็กเล็กๆอาจจะวัยสักประมาณ 5-6 ขวบ ก็ประมาณอนุบาล 3 – ป.1 แล้วกำลังสนใจหากิจกรรมให้ลูกหลานทำระหว่างสันหยุดหรือช่วงปิดเทอมก็แล้วแต่ ถ้าหากว่าคุณกำลังสนใจกิจกรรมศิลปะล่ะก็ บทความนี้คงเป็นประโยชน์กับคุณไม่มากก็น้อย

ก่อนจะหาที่เรียนศิลปะให้เด็กๆคุณควรเข้าใจก่อนว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของการเรียนการสอนศิลปะเด็กคืออะไร อะไรคือประโยชน์ที่ลูกหลานของคุณควรจะได้รับเมื่อเรียนศิลปะสำหรับเด็ก

ขอเน้นอีกครั้งว่า ศิลปะสำหรับเด็ก คุณควรระวังมากขั้นที่จะไม่ใช้สายตาอย่างผู้ใหญ่มองงานของเด็ก  เรื่องนี้เป็นประเด็นที่อ่อนไหวและบอบบาง ไม่ใช่เฉพาะในเด็กเท่านั้น แม้แต่ผู้ใหญ่บางคนก็ยังคงอ่อนไหวต่อการเปรียบเทียบ ซึ่งถ้าสังเกตให้ดีแล้วแม้แต่ตัวเราเองทุกคนก็ยังไม่ชอบที่จะถูกเปรียบเปรยว่าด้อยกว่าคนอื่นๆรอบข้าง  แล้วใจเด็กล่ะ จะเป็นเช่นไร?

ใจเด็กนั้นใสสะอาดเหมือนผ้าขาว เด็กยังไม่รู้ถูกไม่รู้ผิด แน่นอนว่ายิ่งยังไม่รู้ว่าอะไรสวยหรือไม่สวยอย่างชัดเจน ถึงแม้ว่าเด็กส่วนใหญ่ที่ไม่อยู่ในสภาวะแวดล้อมบีบบังคับจะสามารถบอกได้ว่าตัวเองชอบหรือไม่ชอบอะไร รู้จักเลือก และมีรสนิยม  แต่ก็มีแนวโน้มที่จะถูกครอบงำโดยผู้สอนอย่างสมบูรณ์แบบอยู่ดี

ถ้าหากคุณพ่อคุณแม่บอกว่าสวย ลูกก็จะรู้สึกดีและภูมิใจ อันนี้เป็นความจริงที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ถ้าหากคุณพ่อคุณแม่เลือกที่จะให้ลูกเรียนสิ่งใด ลูกก็จะต้องรับเข้าไปโดยที่เค้าบอกไม่ได้ว่ารู้สึกเช่นไรกับสิ่งที่เรียน มันอาจจะใช้ หรือยังไม่ใช่ หรือตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าชอบหรือไม่  โลกนี้มีทางเดินหลากหลาย  จุดหมายปลายทางไม่ได้มีเพียงแห่งเดียว  อยู่ที่เราพอใจจะเดินไปให้ถึงจุดไหน  พอใจจะเลือกเดินทางเส้นไหน ดังนั้นเมื่อคุณพ่อคุณแม่ตัดสินใจที่จะส่งลูกเข้าเรียนศิลปะแล้ว จึงต้องเตรียมตัวเปิดใจให้กว้าง เพราะสายตาของพ่อแม่ จะฉายโลกทั้งใบของลูก

“ศิลปะ” ศาสตร์ที่ไม่มีถูก ไม่มีผิดอย่างชัดเจน เราเรียนกันอย่างไร.  จ๋าจะยังไม่พูดถึงทฤษฎีความงาม สุนทรียศาสตร์ที่ซับซ้อน แต่แค่จะบอกให้ผู้ปกครองเด็กๆเข้าใจว่า ในทางศิลปะแล้ว ความสวยงามมีหลายรูปแบบ มีทั้งแบบที่มีกฎเกณฑ์ และไม่มีกฎเกณฑ์  ศิลปะที่เป็นอิสระจากเนื้อหาเช่น ศิลปะนามธรรมที่ดูภายนอกไม่รู้เรื่องว่าเกี่ยวข้องกับอะไร แต่สัมผัสได้ถึงความรู้สึกเท่านั้น ก็มีความงามในแบบของเขา  เพียงแต่อาจเข้าถึงยากในสายตาคนทั่วไป แต่หากเรารักที่จะส่งลูกมาเรียนศิลปะแล้วต้องพยายามเปิดตา เปิดใจมองให้เป็นความงามในหลายๆรูปแบบของศิลปะค่ะ  เมื่อเปิดใจให้กว้างได้มากพอแล้ว เราก็พร้อมที่จะชื่นชมกับผลงานของลูกหลานเราได้อย่างจริงใจร้อยเปอร์เซนต์เต็มแล้วค่ะ

เมื่อเปิดใจได้แล้วต่อมาคือต้องเข้าใจขีดจำกัดของเด็กของเรา แม้ตัวเราเองในปัจจุบันหากให้ไปทำสิ่งที่ไม่ถนัด ไม่เคยทำ ก็ทำได้ไม่ดี แม้ตัวผู้สอนเองจะวาดรูปมาเป็นสิบๆปี ก็ยังมีหลายสิ่งที่ไม่เคยวาด ยังวาดได้ไม่ดี ดังนั้นเข้าใจในตัวเด็กค่ะ ว่าเค้าเป็นเด็ก  ทำได้เต็มที่ของเขาก็ดีแค่ไหนแล้ว  ไม่ใช่ให้ชื่นชมเพียงผลงานแต่จะดีกว่าหากเราชื่นชมความพยายามและความตั้งใจของเขาค่ะ เพราะประโยชน์ที่จะได้รับอย่างแท้จริงจากศิลปะเด็กก็คือการสร้างอุปนิสัยที่ดีให้กับเด็กค่ะ การตอกย้ำหรือทำซ้ำๆว่า เขาตั้งใจทำงานดีจังเลย, ผลงานสำเร็จออกมาด้วยเก่งจัง, ทำงานเรียบร้อยดีนะ, สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้นิสัยการตั้งใจทำงานให้สำเร็จ เป็นคนมีความรับผิดชอบ ให้เกียรติตัวเอง  เคารพตัวเอง กล้าคิดและกล้าลงมือทำให้เห็นผล ฯลฯ ติดตัวเค้าไปตลอดชีวิต  ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่คุ้มค่ามาก

โดยส่วนตัวแล้วผู้เขียนคิดว่า ไม่ควรมีงานที่ถูกสร้างขึ้นด้วยความตั้งใจชิ้นไหน ที่สมควรถูกตำหนิเพียงเพราะใครบางคนมองว่ามันไม่สวย

ความมั่นใจเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากแต่กลับถูกทำลายลงอย่างง่ายดายเพียงคำพูดไม่กี่คำหรือเพียงแค่สายตามอง

การชมกันไม่เคยเป็นโทษภัย หากเราชื่นชมอย่างจริงใจ ในกรณีที่คำชมกลับกลายเป็นดั่งยาพิษก็มีอยู่เมื่อคำชมนั้นปราศจากความจริงใจ และเคลือบแฝงไปด้วยการหวังผลประโยชน์ตอบแทนอย่างรุนแรง  ซึ่งพบได้บ่อยมากในยุคปัจจุบันที่การแข่งขันทางการค้าสูงมาก

ดังเมื่อหลายปีก่อน เมื่อครั้งที่ผู้เขียนจบมาใหม่ๆได้เข้าสอนในสถาณที่หนึ่งที่ปรากฎว่าสอนให้เด็กวาดภาพได้เหมือนจริงมากๆ และรับเด็กที่อายุต่ำสุด 3 ขวบ เท่าที่เห็น  มีการโฆษณากันอย่างคึกโคมว่าถ้าเรียนที่นี่แล้วจะวาดภาพเก่งกว่าที่อื่นๆ ซึ่งเบื้องหลังการสอน ผู้สอนจะให้ความช่วยเหลือเด็กมาก โดยอาจวาดขึ้นโครงให้ การช่วยทำตัวอย่างให้ดูในงานเพียงชิ้นสองชิ้นไม่มีปัญหาเท่าไรนัก แต่ลงท้ายด้วยการตกแต่งผลงานของเด็กนักเรียนให้สวยงามก่อนออกไปโชว์ เพื่อสร้างภาพที่สวยงามให้กับธุรกิจ

มองฉาบฉวยแล้วการทำเช่นนี้ไม่เป็นโทษอะไรเท่าไร แต่ในความเป็นจริงจากประสบการณ์แล้ว การที่เด็กต้องเซ็นชื่อลงบนผลงานที่ไม่ใช่ของตนเองอย่างแท้จริงบ่อยๆบั่นทอนความมั่นใจในตัวเองของเด็ก ยิ่งเมื่อผลงานเหล่านั้นได้รับคำชื่นชมก็ยิ่งตอกย้ำว่าแท้จริงแล้วตัวเค้าคนเดียวไม่สามารถทำได้แน่นอน หากวันใดที่เค้าต้องวาดรูปตามลำพังจะทำให้เกิดความพอใจในผลงานตัวเองได้ยากมาก จนท้ายที่สุดอาจจะต้องเลิกวาดไป  ทำให้ความสุขในการวาดรูปเลือนหายไป

ผลงานที่สวยงามของเด็กๆ ดึงดูดให้ผู้ปกครองส่วนใหญ่ตกเป็นเหยื่อทางการตลาดของสถานที่สอนศิลปะลักษณะนี้  เพราะผู้ปกครองส่วนใหญ่รู้ว่าประโยชน์แท้จริงของศิลปะสำหรับเด็ก ก็เพียงการสร้างอุปนิสัยดีๆไม่กี่อย่างให้ติดตัวเด็กไปตลอดชีวิตเท่านั้น และไม่ทราบว่าผลเสียของการให้ความสำคัญกับผลงานมากเกินไปในศิลปะเด็กจะบั่นทอนความมันใจของเด็กในระยะยาวได้มากมายเพียงไร.

เมื่อคุณพ่อคุณแม่ของเด็กๆรู้ดังนี้แล้ว จึงสามารถเบาใจได้เลยค่ะว่าการเลือกที่เรียนศิลปะสำหรับเด็กๆจะง่ายขึ้นมาก หรืออาจจัดเตรียมอุปกรณ์เครื่องเขียนให้เด็กๆเล่นเองที่บ้านได้ค่ะ.  เพราะผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในการเรียนการสอนศิลปะสำหรับเด็กนั้น ก็คือตัวคุณพ่อคุณแม่เองนี่แหละค่ะ.  อย่าลืมเปิดใจให้กว้างแล้วชื่นชมผลงานของลูกๆอย่างจริงใจนะคะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

error: Content is protected !!