สรุปเตรียมสอบออกแบบนิเทศน์ศิลป์ (ภาคปฏิบัติ)

ผู้เรียนสาขานิเทศน์ศิลป์จะต้องสื่อสารด้วยภาพได้ดี คือวาดแล้วคนอื่นดูรู้เรื่อง ดูเข้าใจ เน้นไปที่วาดภาพสัญลักษณ์ต่างๆเพื่อสื่อความได้  ทักษะที่ควรเตรียมไว้คือ

วาดภาพกราฟฟิก

หรือก็คือภาพตัดทอนรายละเอียดเป็นพื้นฐานของการออกแบบการฟฟิกหลายอย่างเช่น ภาพสัญลักษณ์(Symbol) , โลโก้(Logo)

 

 

ตัวออย่างภาพกราฟฟิกนามธรรมที่สามารถใช้เป็นพื้นหลังของงานเพื่อสื่ออารมณ์ได้ ที่มารูปภาพ: http://mwmgraphics.com/ART_1060/Matthew_Scissorhands/MWM_Matthew_Scissorhands_9.jpg
ตัวอย่างภาพกราฟฟิกสิ่งของ ที่มา: https://cms-assets.tutsplus.com/uploads/users/107/posts/24440/final_image/veggies-poster600.png

วาดตัวการ์ตูน

ในการสื่อสารด้วยภาพที่มีเรื่องราว จำเป็นต้องมีการเล่าเรื่อง และการมีตัวละครเข้ามาดำเนินเรื่องอาจจะทำให้รับสารได้ง่ายขึ้น, รวดเร็วขึ้น, ละเอียดลึกซ้ึงยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นเสน่ห์ดึงดูดทำให้งานน่าสนใจ ดังนั้น ผู้ออกแบบควรเป็นคนช่างสังเกตรายละเอียดในตัวบุคคล บุคลิกภาพ อุปนิสัยใจคอ พฤติกรรมและการแสดงออกทางสีหน้าท่าทางไว้บ้าง ไม่มากก็น้อยให้เพียงพอต่อการนำข้อมูลมาออกแบบตัวละครเพื่อใช้เล่าเรื่อง

ในการวาดตัวการ์ตูนปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบ ควรจะต้องมีความเข้าใจความชอบของคนส่วนใหญ่ถึงรูปแบบที่มีความนิยมเฉพาะกลุ่มและสามารถเขียนตัวการ์ตูนได้หลากหลายสไตล์ ถึงแม้จะมีแนวทางที่ผู้ออกแบบชอบและทำได้ดีเป็นพิเศษเพียงทางเดียวก็ตาม

ตัวการ์ตูนสัดส่วน 1:1 บางครั้งเรียก cute style, Q style, kawaii ที่มารูปภาพ: https://www.instagram.com/p/2SGJgoRDp0/
ตัวการ์ตูนตัดทอนสัดส่วน 1:2 หรือ chibi, ที่มารูปภาพ https://i.pinimg.com/originals/9b/9d/6c/9b9d6c6c9cf2c03566d23c00d2b86288.jpg
ตัวการ์ตูนตัดทอนสัดส่วน 1:2 ถึง 1:4, วาดโดย inma, ที่มารูปภาพจาก: https://www.deviantart.com/art/Chibi-commission-batch06-411717235
ตัวการ์ตูนสัดส่วนสมจริงสไตล์ญี่ปุ่น, ที่มาภาพจาก: http://akibatan.com/2014/11/tsukiuta-tv-anime/
ตัวการ์ตูนสัดส่วนสมจริง, marvel, ที่มารูปภาพจาก: https://www.gamespot.com/articles/heres-how-you-can-access-the-marvel-comics-library/1100-6428722/

วาดภาพประกอบ

ในการเล่าเรื่องราวเมื่อสามารถเขียนตัวการ์ตูนออกแบบกราฟฟิกได้แล้วและนำสิ่งต่างๆมารวมกัน จัดวางในหน้าเดียวกันแล้วจะต้องสวยงามน่าสนใจ อันนี้ต้องใช้ทักษะการจัดวางภาพให้สวยงามจากวิชาองค์ประกอบศิลป์ด้วย

การจัดวางภาพตัวการ์ตูนกับพื้นหลังนามธรรม, ที่มารูปภาพ: 4.bp.blogspot.com
การจัดวางภาพตัวการ์ตูนกับฉากหลังที่มีเรื่องราว, ที่มารูปภาพ: http://louromano.blogspot.com.es

ออกแบบตัวอักษร

นักออกแบบที่ดีควรจะสื่อสารด้วยภาพได้เป็นหลักไม่เว้นแม้แต่ในข้อความซึ่งใช้คำพูดสื่อความหมายก็ยังต้องมีการตกแต่งรูปแบบตัวอักษรให้สวยงามเพื่อสื่อความรู้สึกให้ได้มากยิ่งกว่าคำพูด

ศาสตร์ของการออกแบบตัวอักษรเรียก Typography มีรายละเอียดซับซ้อนลึกซ้ึงมาก จึงจะขอสรุปสั้นๆแบบบ้านๆเพื่อให้เอาไปใช้ได้โดยง่ายเป็น 3 รูปแบบ

  1. Serif

    ที่มารูปภาพ : 78.media.tumblr.com

    Serif เป็นรูปแบบตัวอักษรแบบมีติ่ง ใช้กับงานที่เป็นทางการและใช้กับตัวหนังสือเยอะๆที่ต้องการให้อ่านง่าย

  2. Sans-Serif

    ที่มารูปภาพ: www.techiestate.com

    ตัวอักษรแบบไม่มีติ่ง ใช้กับงานพาดหัวสั้นๆให้ดูน่าสนใจ ดูทันสมัย(แบบ Modern) เรียบง่าย

  3. Script

ที่มารูปภาพ: www.lindsayhumes.com

เป็นตัวเขียนให้ความรู้สึกพิเศษ เป็นเอกลักษณ์ ยังใช้กับงานที่ให้ความรู้สึกเป็นอิสระ ผ่อนคลายได้ดีอีกด้วย

ออกแบบโลโก้

เป็นการผสมผสานกันระหว่างภาพสัญลักษณ์กับรูปแบบตัวอักษรเพื่อใช้เป็นตัวแทนขององค์กร เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ

ที่มารูปภาพ : http://www.elleandcompanydesign.com/blog/2015/2/23/the-dos-and-donts-of-logo-design

จัดวางหน้ากระดาษ

คนทำงานกราฟฟิกควรจะมีทักษะพื้นฐานในการนำเสนองานง่ายๆโดยจัดวางตัวอักษร หัวข้อ ย่อหน้า, จัดช่องว่างหรือช่องไฟให้ง่ายต่อการอ่าน ทำความเข้าใจและน่าสนใจ.

ที่มารูปภาพ: store.lonewolfmag.com

โครงการดีๆติวฟรีวาดเส้นครั้งที่ 3 เกณฑ์การให้คะแนนวิชาวาดเส้น

สำหรับผู้ที่ต้องการสอบเข้า หรือเรียนต่อมหาวิทยาลัยทางด้านศิลปะและการออกแบบ คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องวาดเส้นแข่งกับคนอื่นๆนะคะ ทีนี้จะรู้ได้ยังไงว่าภาพวาดของเราสวย หรือมันดีกว่าของคนอื่นไหม เราควรจะได้คะแนนเท่าไร? ยิ่งคนฝึกวาดคนเดียวนี่เคว้งคว้างน่าดูเลย โชคดีค่ะที่ตัวเรา(ผู้เขียนเอง)มีอาจารย์ดี(ครูเป้า ร.ร.เบญจมเทพอุทิศจังหวัดเพชรบุรี)คอยอบรมสั่งสอนให้คำแนะนำ เรามีเพื่อนกลุ่มเล็กๆที่ฝึกอยู่ด้วยกันไม่ใหญ่มาก ไม่ค่อยมีอารมณ์แข่งขันกันเท่าไร (รู้สึกชิวๆ ^0^) แต่ตัวครูเรา ท่านมีเกณฑ์การให้คะแนนที่สูงมากกกก =.=” ซึ่งตอนที่เราฝึกนั่นก็ไม่รู้หรอกค่ะว่ามันสูงแค่ไหน มารู้เอาตอนที่สอบติดไปแล้วและเรียนจบมา มีโอกาสได้มาสอนเด็กๆที่สตูดิโอนี่แหละ ถึงได้รู้ว่า เฮ้ยย ไอที่เราฝึกมานี่ มันโหดมากๆเลยนี่หว่า แล้วไอที่เราสอบติดมานี่คนแข่งกันเยอะมากเลย (ฮ่าๆ) เรานี่บ้านนอกจริงๆ ไม่รู้เลยว่าที่ไหนคนสอบเยอะคนสอบน้อย แต่อาจจะดีแล้วก็ได้ค่ะ ที่ไม่รู้อะไรเลยตอนไปสอบน่ะ =^w^= เพราะเราก็ไม่เครียดและกดดันมากเท่าที่ควรจะเป็น … แต่คนที่รู้แล้วก็ช่วยไม่ได้นะ อิๆ

 

สรุป การมีครูที่เกณฑ์การให้คะแนนสูงเป็นเรื่องดีค่ะ…
อะเข้าเรื่อง! เกณฑ์การให้คะแนน(วัดว่างานไหนสวย)ขึ้นอยู่กับ
๑. องค์ประกอบของภาพ???
๒. โครงสร้างและสัดส่วน??
๓. น้ำหนักแสงเงา
๔. รายละเอียดและความเรียบร้อย

ในที่สุดบทความนี้ก็คงต้องยืดยาวออกไปอีกนิด มีน้องๆแอบกระซิบมาว่า “ช่วยแปลไทยเป็นไทยทีพี่” (ฮ่ะๆ) ล้อเล่นนะ ไม่มีใครถามหรอกนั่งพิมพ์อยู่คนเดียว “องค์ประกอบภาพคืออะไร?” ตอบแบบพื้นๆก่อนนะคะ คือการจัดวางสิ่งต่างๆในรูปภาพให้เป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม และน่าสนใจด้วย… พูดง่ายเนอะ อะดูตัวอย่างดีกว่า

ภาพประกอบที่ ๑ – ภาพเล็กเกินไปเมื่อเทียบกับขนาดกระดาษ จะได้พื้นที่ว่างที่เหลือกรอบๆรูปมากเกิน ให้ความรู้สึกหลวมๆ เหงาๆ (เอ๊ะเราคิดมากไปรึเปล่า ^.^”)

 


ภาพประกอบที่ ๒ – ภาพใหญ่เกินไปเมื่อเทียบกับขนาดกระดาษ จะได้พื้นที่ว่างรอบๆรูปน้อยเกินไป ให้ความรู้สึกคับ แน่น น่าอึดอัด

 

ภาพประกอบที่ ๓ – ภาพขนาดพอดี มีพื้นที่ว่างรอบๆรูปที่ให้ความรู้สึกว่าเท่าๆกันกับพื้นที่ในตัวรูป

 


ภาพประกอบที่ ๔ – ภาพที่จัดตำแหน่งไม่พอดี เอียงไปทางด้านนึง จะให้ความรู้สึกว่าภาพมันเอียง

ภาพที่ ๓ จะเป็นภาพที่จัดองค์ประกอบได้เหมาะสมสุดในที่นี้ค่ะ ในเบื้องต้นก็จัดแบบไว้กลางภาพให้ได้แบบนี้ไปก่อน ถึงแม้ว่ามันจะดูไม่น่าสนใจนักแล้วก็ให้ความรู้สึกนิ่งๆ แต่มันเป็นเบสิคง่ายๆค่ะ ก็เราวาดหุ่นนิ่งนี่เนอะ ^.^”

“โครงสร้าง” คงไม่ต้องพูดเยอะ เพราะเข้าใจง่ายๆว่าเราขึ้นหุ่นให้มันดูตั้งอยู่ได้อย่างนั้นจริงๆ ไม่ล้ม ไม่บิ้ดๆเบี้ยวๆ


ภาพประกอบที่ ๕ – เปรียบเทียบระหว่างโครงสร้างที่ล้มและบิดเบี้ยวกับโครงสร้างที่เหมาะสม
“สัดส่วน” อาจต้องบรรยายหน่อย สัดส่วนก็คือขนาดที่สัมพันธ์กัน ค่อนข้างสำคัญเลยเพราะถ้าวาดผิดไปจากความจริงก็จะเห็นชัดเลยว่าสิ่งของมันมีรูปร่าง รูปทรงที่ผิดเพี้ยนไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราวาดสิ่งของที่คนเห็นจนคุ้นเคยกับมันแล้ว เช่น


ภาพประกอบที่ ๖ – ภาพเปรียบเทียบสัดส่วนที่ผิดเพี้ยนของขวดน้ำกับสัดส่วนที่สมจริง

 

“น้ำหนัก” คือระดับความอ่อนแก่ของภาพ ภาพที่สวยงามควรจะมีระดับน้ำหนักครบ ตั้งแต่น้ำหนักอ่อนสุดไปจนถึงน้ำหนักเข้มสุด

 ภาพประกอบที่ ๗ – เปรียบเทียบระดับน้ำหนักที่ไม่ครบ กับระดับน้ำหนักที่ครบ

“แสงเงา” ตามความเป็นจริง จะทำให้ภาพออกมาดูสมจริงและมีมิติ เหมือนสามารถจับต้องสิ่งของนั้นได้


ภาพประกอบที่ ๘ – เปรียบเทียบแสงเงาที่ผิดจากความเป็นจริง กับแสงเงาที่สอดคล้องกับความเป็นจริง

สุดท้าย “รายละเอียด”คือคุณลักษณะของพื้นผิว และลวดลายที่ปรากฏบนหุ่น


ภาพประกอบที่ ๙ – เปรียบเทียบงานที่ไม่มีรายละเอียด กับงานที่มีรายละเอียด

และ”ความเรียบร้อย” ในที่นี้คือความเรียบร้อยของเส้นที่ใช้แรเงา


ภาพประกอบที่ ๑๐ – เปรียบเทียบงานที่ไม่เรียบร้อย กับงานที่เรียบร้อย

ทั้งหมดนี้เป็นแนวทางให้ผู้ฝึกวาดเส้นด้วยตนเองได้ตรวจประเมิณงานของตนเองได้ตามความเหมาะสมค่ะ

ชวนชมซีรี่ย์เนื่องในวันมาฆบูชา

มาพบกันอีกครั้งในวันหยุด คือ วันมาฆบูชา ปี 2561 นี้ ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 1 มี.ค. ซึ่งมีความสำคัญทางพุทธศาสนาอีกวันหนึ่งได้เวียนมาบรรจบอีกครั้ง

วันมาฆบูชาเป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง “โอวาทปาฏิโมกข์”  แก่พระสงฆ์เป็นครั้งแรก หลังจากตรัสรู้มาแล้วเป็นเวลา 9 เดือน ก็มีหลักคำสอนที่เป็นหลักการและวิธีการปฏิบัติต่าง ๆ คือ “ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์”

หลักคำสอนนี้ รวมอยู่ใน

อุดมการณ์ 4  ได้แก่

  1. ความอดทน อดกลั่น คือ ไม่ทำบาปทั้งกาย วาจา ใจ
  2. ความไม่เบียดเบียน คือ งดเว้นจากการทำร้าย หรือเบียดเบียนผู้อื่น
  3. ความสงบ ได้แก่ การปฏิบัติตนให้สงบทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ
  4. นิพพาน ได้แก่ การดับทุกข์ ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดในพระพุทธศาสนา

วิธีการ 6  ได้แก่

  1. ไม่ว่าร้าย คือ ไม่กล่าวให้ร้าย โจมตีใคร
  2. ไม่ทำร้าย คือ การไม่เบียดเบียนผู้อื่่น
  3. สำรวมในปาฏิโมกข์ คือ เคารพระเบียบวินัย กฏ กติกา รวมทั้งขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของสังคม
  4. รู้จักประมาณ คือ รู้จักความพอดีในการบริโภค รวมทั้งการใช้สอยสิ่งต่าง ๆ
  5. อยู่ในสถานที่สงัด คือ อยู่ในสถานที่ที่มีสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม
  6. ฝึกจิตใจให้สงบ คือ การฝึกหัดชำระจิตใจให้สงบ มีประสิทธิภาพที่ดี

ในวันมาฆบูชานั้นชาวพุทธส่วนใหญ่ในตอนเช้าจะทำบุญตักบาตร ไปวัดเพื่อฟังพระธรรมเทศนา หรือจัดสำรับคาวหวานไปทำบุญถวายภัตตาหาร ช่วงบ่ายฟังพระแสดงพระธรรมเทศนา เจริญสมาธิภาวนา ช่วงตอนค่ำนั้นก็จะนำดอกไม้ ธูปเทียนไปเวียนเทียนที่วัด

วันมาฆบูชาที่เวียนมาบรรจบครั้งนี้ ชาวพุทธได้ระลึกถึงพระพุทธเจ้าจากการประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว สิ่งที่ขาดมิได้คือ การทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์  สิ่งนี้จะช่วยเป็นแนวทางให้เราดำเนินชีวิตตามรอยคำสอนของพระองค์ได้อย่างมีความสุขตลอดไป

วันหยุดนี้ ผู้เขียนมี ซีรีย์ญี่ปุ่น เรื่อง Last friends  ,  ซีรีย์เกาหลี เรื่อง I Am Not a Robot  และหนังเกาหลี เรื่อง Love 911  น่าติดตามดู ซึ่งแฝงในตัวละคร ออกมารูปของคุณธรรม    ศีลธรรม นำไปสู่การใช้ชีวิตเพื่อตนเอง เพื่อผู้อื่น มีผลกระทบต่อส่วนรวม

เรื่องย่อ Last Friends

ก่อนอื่นขอพูดถึง เรื่องนี้ว่า เหนือสิ่งอื่นใด ที่ผู้เขียนต้องการนำเสนอมากนั้น เป็นซีรีย์ญี่ปุ่นที่ผู้ดูไม่ควรพลาดเลย ถ้าพร้อมที่จะเปิดใจดู ผู้ดูจะเห็นถึงภาพรวมในสังคมได้อย่างชัดเจนว่าหลาย ๆ ครอบครัวนั้นควรที่จะใช้หลักธรรมเข้ามาดำเนินชีวิตเปรียบเหมือนเข็มทิศนำทางสว่างที่ให้กับสมาชิกของตน โดยเฉพาะเด็ก ๆ เปรียบเสมือผ้าขาวที่รอให้พ่อ แม่ แต่งแต้มสีสันต์ด้วยความรัก ความเมตตา ให้พวกเขามีชีวิต ชีวาที่สดใส ร่าเริง  ซึ่งจะเป็นกระจกสะท้อนตัวตนของพวกเขาเมื่อยามที่เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ พวกเขาจะได้ดำเนินชีวิตต่อไปอย่างมีความสุขสงบต่อตนเองและสังคม ฉะนั้น พ่อ แม่ คือตัวอย่าง ต้นแบบ ในการเลี้ยงดูทั้งทางร่างกายและจิตใจที่มีผลสะท้อนถึงตัวลูก ๆ จะกระทบไปถึงสังคมส่วนรวมด้วยคะ

เป็นเรื่องราวความรักที่มีหลายรูปแบบ หลายมุมมอง ที่สะท้อนให้เห็นผลกระทบและเห็นทางแก้ไขเมื่อเกิดปัญหาขึ้นโดยรวมของสังคมที่มีอยู่บนโลกนี้ได้อย่างชัดเจน

บอกผ่านตัวละคร ดังนี้

1) มิชิรุจัง (แสดงโดย มาซามิ นากาซาวะ) ออกมาในรูปแบบคำว่า Love คือ เธอรักสามี แต่ก็รู้ว่ามันเป็นความรักที่น่ากลัวเกินกว่าจะรับได้ ถึงกระนั้นเธอก็ยังรัก

2) โซซุเกะ (แสดงโดย เรียว นิชิกิโดะ) ออกมาในรูปแบบคำว่า Contradiction คือ ความขัดแย้ง สำหรับเขาแล้ว เขาไม่รู้วิธีแสดงความรักต่อเธอจึงอาศัยความรุนแรงควบคุมคนที่รักแต่กระนั้นเขาก็เจ็บปวดไม่น้อยไปกว่าเธอ

3) รุกะ (แสดงโดย จุริ อุเอะโนะ) ออกมาในรูปแบบคำว่า Liberation คือ มีอิสระ แอบรักเพื่อนสาวของตนเอง เลือกที่จะปกป้องมิจิรุสุดกำลัง เธอกลับไม่สามารพแสดงตัวตนอย่างที่อยากทำอย่างอิสาะได้

4) ทาเครุคุง (แสดงโดย เอตะ) ออกมาในรูปแบบคำว่า Agony คือ โกรธแค้นเรื่องรวววัยเด็กที่โหดร้ายทำให้เขาไม่สามารถให้อภัยพี่สาวของตนเองได้

5) เอริ (แสดงโดย มิซึคาว่า อาซามิ) ออกมาในรูปแบบคำว่า Solitude คือ เดียวกาย กลัวการเข้าสังคม ภายนอกเป็นหญิงสาวร่าเริง เพื่อนเยอะ เฮฮา แต่ภายในกลัวโดดเดี่ยว ไม่มีคนเข้าใจ

มีคำพูดที่ประทับใจและแฝงข้อคิดดี ๆ

“ลองคิดู กับสิ่งที่เรียกว่ารัก ที่ออกมาจากของพวกนี้ การใช้กำลังทำร้ายคนที่รัก นั่นน่ะเหรอความรัก การเสียสละเพื่อคนที่เรารักคือรักที่แท้จริงไม่ใช่เหรอ ?”

“หนูอยากให้พ่อรู้ และเข้าใจ ในตัวตนของหนู”  รุกะพูดกับพ่อ

เมื่อคุณดูแล้ว  คิดว่าหลักธรรมได้สอดแทรกอยู่ในตัวละครทั้ง 5 นี้ บ้างไหมคะ ถ้าเป็นคุณ คุณจะรับมือกับเหตุการณ์นี้อย่างไรดีคะ ?

ลิงก์ติดตามที่

http://nightsiam-series.blogspot.com/2014/12/boku-no-imoto-last-friends.html

แนะนำเพลงเพราะ จากเรื่อง Last  friends

ลิงก์ติดตามที่

https://www.youtube.com/watch?v=nsQtc0joZ6A

เรื่องย่อ  I Am Not a Robot

ถ้าพอมีเวลาก็แนะนำว่าเรื่องนี้สนุก น่าติดตาม และให้หลักศีลธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า สามารถนำไปปรับใช้กับการดำเนินชีวิตได้

เป็นเรื่องราวของโลกยุคใหม่ ที่มีความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ที่นำหุ่นยนต์แอนดรอยส์ที่พัฒนาขึ้นมาใช้งานและอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้อย่างลงตัว บอกผ่านเรื่องราวโดยผ่านตัวละครได้อย่างประทับใจทำให้เห็นว่า ถ้าคนเรามีความจริงใจ ความซื่อสัตย์ ความรัก ความเมตตาต่อกัน คือมีคุณธรรมจะนำมาซึ่งความสงบสุข

มีคำพูดที่ประทับใจและแฝงข้อคิดดี ๆ

“เติบโตในหัวใจของใครสักคน”

“คนไม่เคยเชื่อใจใคร ก็ไม่มีวันได้รับความไว้ใจจากคนอื่น”

“เราจะรับรู้ได้ถึงความจริงใจของคนอื่น ก็ต่อเมื่อกำลังเผชิญกับวิกฤต”

นักแสดงนำ

1) ยูซึ่งโฮ (Kim Min-Kyu)

2) แช ซูบิน  (Jo Ji-ah)

3) อูม คี-จุน (Hong Baik-ky..)

ลิงก์ติดตามที่นี่

https://www.viu.com/ott/th/th/vod/69414/I-Am-Not-a-Robot

เรื่องย่อ Love 911

เป็นความรักระหว่างหมอสาวกับหนุ่มนักดับเพลิง ซึ่งสองอาชีพนี้มีความสำคัญต่อสังคมโดยรวม ถ้าผู้ใดไม่มีความรัก ความเข้า ความเสียสละในอาชีพของตนทำให้ละเลยต่อความรับผิดชอบ เป็นบ่อเกิดของปัญหาต่อสังคมส่วนใหญ่

เป็นเรื่องที่ให้เห็นถึงหลักศีลธรรมตามคำสอนของพระพุทธเจ้าได้อย่างชัดเจน การดำเนินเรื่องให้ความสนุก น่าติดตาม ประทับใจ และกระชับได้ใจความในช่วงเวลาดูแค่สั้น ๆ

นักแสดงนำ

1) โคซู คังอิล

2) ฮัน

ลิงก์ติดตามที่นี้

https://www.viu.com/ott/th/th/vod/63883/Love-911

วันตรุษจีน

การที่เราได้มีลมหายใจอีกครั้งในปีนี้  ซึ่งเป็นเหมือนเชิงสัญลักษณ์แสดงถึงความหมายของชีวิตที่มีค่าอีกหนึ่งปี  เป็นช่วงอนาคตที่รอคอยในอีกไม่กี่วันนี้ วันนั้นที่รอคอยนั่นก็คือวันตรุษจีน ซึ่งมีความสำคัญและความหมายของคนเชื้อสายจีนทั่วทุกมุมโลกใบนี้

ลองมาทำความรู้จักกับเทศกาลตรุษจีน ผ่านทางเว็ปนี้ดูซิคะ

 วันตรุษจีน 2561 หรือ ตรุษจีน 2018 ตรงกับวันศุกร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ และวันนี้เรามีบทความวันตรุษจีน 2561 มาฝาก ทั้ง ประวัติวันตรุษจีน วันไหว้ตรุษจีน 2561 วันเที่ยวตรุษจีน และวันจ่าย 2561 ตรงกับวันที่เท่าไร

ตรุษจีน เป็นเทศกาลที่สำคัญที่สุดของจีน เพราะชาวจีนถือว่า วันตรุษจีน คือวันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจีน เช่นเดียวกับสงกรานต์วันปีใหม่ไทย ดังนั้นชาวจีนจึงให้ความสำคัญกับเทศกาลนี้เป็นอย่างยิ่ง และมีการเฉลิมฉลองทั่วโลกโดยเฉพาะชุมชนขนาดใหญ่ของคนเชื้อสายจีน ซึ่งในแต่ละพื้นที่ก็จะมีพิธีเฉลิมฉลองแตกต่างกันไป สำหรับ วันตรุษจีน 2561 ตรงกับวันศุกร์ที่ 16 กุมภาพันธ์

ประวัติวันตรุษจีน
            สำหรับที่มาของวันตรุษจีนนั้น เชื่อกันว่าประเพณีนี้มีมานานกว่าสี่พันปีแล้ว จัดขึ้นเพื่อฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ เดิมทีไม่ได้เรียกว่าเทศกาลตรุษจีน แต่มีชื่อเรียกต่างกันตามยุคสมัย นั่นคือเมื่อ 2,100 ปีก่อนคริสต์ศักราชจะเรียกว่า “ซุ่ย” ซึ่งมีความหมายถึงการโคจรครบหนึ่งรอบของดาวจูปิเตอร์ จนกระทั่งต่อมาในยุค 1,000 กว่าปีก่อนคริสต์ศักราช เทศกาลตรุษจีนจะถูกเรียกว่า “เหนียน” หมายถึงการเก็บเกี่ยวได้ผลอุดมสมบูรณ์นั่นเอง
นอกจากนี้ วันตรุษจีน ยังมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “วันชุงเจ๋” ซึ่งหมายถึงเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ หรือขึ้นปีเพาะปลูกใหม่ เพราะช่วงก่อนตรุษจีนนั้นตรงกับฤดูหนาว ไม่สามารถทำการเกษตรได้ ดังนั้นเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิที่มีอากาศเหมาะสมแก่การเพาะปลูก ชาวจีนจึงสามารถทำนา ทำสวน ได้อีกครั้งหลังจากผ่านพ้นฤดูหนาวมานั่นเอง
ส่วนการกำหนดวันตรุษจีนนั้น ตามประเพณีเทศกาลตรุษจีนจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 23 เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติของจีน ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือนอ้าย ตามปฏิทินจันทรคติของจีน และถือว่าคืนวันที่ 30 เดือน 12 เป็นวันส่งท้ายปีเก่า ส่วนวันที่ 1 เดือน 1 คือวันชิวอิก หมายถึงวันแรกของฤดูใบไม้ผลิ
การเตรียมงานเพื่อการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนนั้น จะเริ่มขึ้นตั้งแต่หนึ่งเดือนก่อนวันตรุษจีน (คล้ายกับวันคริสต์มาสของประเทศตะวันตก) โดยผู้คนจะเริ่มซื้อข้าวของต่าง ๆ เพื่อประดับตกแต่งบ้านเรือน และเตรียมทำความสะอาดครั้งใหญ่ ตั้งแต่ชั้นบนลงชั้นล่าง เนื่องจากมีความเชื่อว่าจะเป็นการปัดกวาดสิ่งที่ไม่ดีออกไป ภายในบ้าน ทั้งประตู หน้าต่าง จะประดับประดาไปด้วยสีแดง และกระดาษสีแดงที่มีคำอวยพรให้อายุยืน ร่ำรวย อยู่ดีมีสุข ฯลฯ
จากนั้นครอบครัวจะร่วมรับประทานอาหารที่ล้วนแต่มีความหมายมงคลทั้งสิ้น เช่น กุ้งจะหมายถึงชีวิตที่รุ่งเรืองและความสุข เป๋าฮื้อแห้งหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่ดี สลัดปลาสดจะนำมาซึ่งความโชคดี จีฉ่าย (ผมเทวดา) สาหร่าย จะนำความร่ำรวยมาให้ และขนมต้ม (Jiaozi) หมายถึงบรรพชนอวยพร หลังจากรับประทานอาหารค่ำแล้ว ทุกคนในครอบครัวจะนั่งกันจนเช้าเพื่อรอวันใหม่โดยการเล่นเกม เล่นไพ่ หรือดูรายการทีวีที่เกี่ยวกับวันตรุษจีน และในวันนี้จะต้องไม่โกรธ ริษยา หรือไม่พอใจ เพื่อเป็นสิริมงคลที่ดีสำหรับปีที่กำลังจะมาถึง

ที่มา: https://www.parentsone.com/ang-pao/

สัญลักษณ์ของ วันตรุษจีน

นอกจากนี้อีกสิ่งหนึ่งที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของ วันตรุษจีน คือ “อั่งเปา” ซึ่งมีความหมายว่า “กระเป๋าแดง” หรือจะใช้คำว่า “แต๊ะเอีย” ซึ่งมีความหมายว่า “ผูกเอว” จากที่คนสมัยก่อนชอบร้อยเงินเป็นพวงผูกไว้ที่เอว โดยการให้อั่งเปานี้ คู่แต่งงานจะให้เงินเด็ก ๆ และผู้ใหญ่ที่ยังไม่ได้แต่งงานในซองสีแดง หลังจากนั้นทุกคนในครอบครัว จะออกมาจากบ้านเพื่อกล่าวสวัสดีปีใหม่ในหมู่ญาติ และเพื่อนบ้าน ซึ่งคงคล้ายกับการที่ชาวตะวันตกพูดว่า “Let bygones be bygones” (อะไรที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป)

วันตรุษจีน 2561

สำหรับวันตรุษจีน 2561 ตรงกับวันศุกร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ ซึ่งวันตรุษจีนไม่ถือเป็นวันหยุดราชการนะ แต่ตามบริษัทห้างร้านของคนจีนอาจจะอนุญาตให้ลูกจ้างได้หยุดพักผ่อนอยู่กับบ้าน ถือเป็นวันหยุดพักผ่อนพิเศษสำหรับคนจีน ซึ่งก็แล้วแต่ว่าบริษัทไหน หรือร้านไหนจะกำหนดให้หยุดได้กี่วัน

วันจ่ายตรุษจีน 2561

ตามธรรมเนียมของคนจีนแล้ว วันจ่าย หรือ ตื่อเส็ก จะเป็นวันที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะต้องไปหาซื้ออาหาร ผลไม้ เครื่องเซ่นไหว้ต่าง ๆ มาเตรียมพร้อมไว้ ก่อนที่ร้านค้าต่าง ๆ จะหยุดยาวในช่วงวันตรุษจีน ซึ่งจะตรงกับวันก่อนวันสิ้นปี โดยในปี 2561 วันจ่ายตรุษจีนคือวันพุธที่ 14 กุมภาพันธ์
 วันไหว้ตรุษจีน 2561
วันไหว้ของเทศกาลตรุษจีนก็คือ “วันสิ้นปี” ซึ่งจะเป็นวันที่มีการไหว้เทพเจ้าต่าง ๆ ด้วยอาหาร ผลไม้ เครื่องเซ่นไหว้ ฯลฯ ตามธรรมเนียมปฏิบัติ โดยในปี 2561 วันไหว้ตรุษจีน คือ วันพฤหัสบดีที่ 15 กุมภาพันธ์

วันเที่ยวตรุษจีน 2561

วันเที่ยวสำหรับชาวจีนก็คือ “วันปีใหม่” หรือ “วันตรุษจีน” ซึ่งวันเที่ยวตรุษจีน 2561 คือ วันศุกร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ นั่นเอง และเป็น “วันถือ” ด้วย โดยในวันนี้ชาวจีนจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สวยงาม พากันออกไปท่องเที่ยว และไปไหว้ขอพรญาติผู้ใหญ่ หรือผู้ที่เคารพรัก ชาวจีนจะถือว่าวันนี้เป็นวันแห่งสิริมงคล และงดทำบาปทั้งปวง

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
– thai.cri.cn
– abhidhamonline.org
– thaigoogleearth.com

ชวนดูซีรี่ย์ วันวาเลนไทน์ ปี 2561

 

ในช่วงวาเลนไทน์นี้บนโลกใบนี้มีความรักหลายรูปแบบที่บอกเล่าผ่านตัวละครของซีรีย์ญี่ปุ่น ที่น่าติดตามดู 2 เรื่อง คือ 1) A Girl & Three Sweet harts (สูตรรักปรุงหัวใจเปลี่ยนนายตัวร้ายให้เป็นนายน่ารัก) และ 2) It’s All About The Looks หรือ Hito Wa Mita Me Ga 100 % ซึ่ง 2 เรื่องนี้ให้ทั้งมุมมอง ความคิด สะท้อนสังคม ผู้ดูสามารถนำไปปรับใช้กับตนเองได้ ทั้ง 2 เรื่องนี้ที่เหมือนกันก็คือ การไม่โกหกความรู้สึกของตนเองและพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น จะนำพาชีวิตให้ดำเนินไปอย่างมีความสุข
เรื่องราวย่อ ๆของ ซีรีย์ญี่ปุ่น ที่บอกผ่านตัวละคร


1) A Girl & Three Sweet harts (สูตรรักปรุงหัวใจเปลี่ยนนายตัวร้ายให้เป็นนายน่ารัก)
นักแสดงนำ
1) เคนโตะ ยามาซากิ
2) มิเรอิ คิริทากิ
3) มิอุระ โชเฮ
เป็นแนวน่ารัก สดใส บอกเล่าเรื่องราวความรักระหว่างเชฟอาหารกับเชฟขนมหวาน และ
ผู้จัดการร้านอาหารหลายแห่ง ถ้าคุณดูจะอมยิ้มไปกับพวกเขา


2) It’s All About The Looks หรือ Hito Wa Mita Me Ga 100 %
นักแสดงนำ
1) เรียว นาริตะ (Ryo Narita)
2) คิริทานิ มิเรอิ (Mirei Kiritani)
เรื่องราวอาชีพนักวิจัยที่มีกัน 3 คน เพื่อนที่รักกัน จากการทำงานที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง ฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกัน แม้งานนั้นจะไม่ถนัดแต่ก็เรียนรู้ แก้ไข อดทน จนนำไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น ก่อเกิดเป็นมิตรภาพระหว่างเพื่อน ซึ่งในระหว่างนั้นก็มีความรักของหนุ่มสาวเกิดขึ้นมาให้เลือก ซึ่งเรื่องราวนี้บอกผ่านจากบทบาทของนางเอกที่จะเลือกระหว่างมิตรภาพของเพื่อนหรือความรักของหนุ่มสาว

โครงการดีๆติวฟรีวาดเส้นครั้งที่ 2 ทำไมต้องฝึกวาดเส้น?

ทำไมต้องฝึกวาดเส้น?

หลายคนคงจะสงสัยว่าไอการ “วาดเส้น” เนี่ย มันสำคัญขนาดนั้นเลยหรอ? ทำไมทุกมหาวิทยาลัยที่เรียนเกี่ยวกับศิลปะและการออกแบบ จะต้องบังคับให้สอบผ่านวิชาวาดเส้นก่อน ถึงจะเข้าไปเรียนได้
ขอตอบตรงนี้เลยว่า “สำคัญมาก” เพราะผลงานวาดเส้นจะเป็นตัวชี้วัดทักษะที่สำคัญในการสร้างสรรค์ผลงาน และการออกแบบทางด้านทัศนศิลป์ (ศิลปะที่ใช้ตามองเห็น) เกือบทุกประเภท เพราะฉะนั้น หากมหาวิทยาลัยรับนักเรียนที่ไม่มีทักษะตรงนี้มากพอเข้าไปเรียน ผู้เรียนก็อาจจะเรียนไม่ไหว สร้างสรรค์ผลงาน หรือ ออกแบบผลงานได้ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร.
ด้วยเหตุผลเท่าที่กล่าวมา ก็เพียงพอที่จะทำให้น้องๆที่สนใจอยากทำงานทางด้านศิลปะและการออกแบบต้องตั้งอกตั้งใจฝึกวาดเส้นกันแล้ว

บรรยากาศการฝึกวาดเส้น

แต่สำหรับคนทั่วไปที่สนใจศิลปะและการออกแบบ อาจไม่ได้ต้องการเรียนต่อหรือนำไปสอบเข้าล่ะ คงสงสัยว่าเอ… แล้ววาดเส้นสำคัญกับเรายังไงล่ะ
ขอตอบว่า “วาดเส้น” สำคัญค่ะ ด้วยเหตุผลเดียวกัน ไม่ว่าคุณจะเรียนต่อหรือไม่เรียนต่อ แต่ถ้าจุดมุ่งหมายคือคุณต้องการสร้างสรรค์ผลงานที่ใช้ตามองเห็นได้ วาดเส้นก็ยังสำคัญต่อคุณอยู่ดี เพราะวาดเส้นก็คือ “การฝึกสังเกตุ”

การกะขนาดในงานวาดเส้น

ทักษะพื้นฐานในการสังเกตคือ ความสามารถในการกะขนาดและสัดส่วนได้อย่างแม่นยำ

ใช่ค่ะ จุดประสงค์หลักของการวาดเส้นคือการฝึกการสังเกตุ “ฝึกมอง” ให้เห็นความจริงที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งสิ่งนี้สำคัญมากเพราะเราจะรับรู้ภาพต่างๆเข้าไปในสมอง จดจำ ทำความเข้าใจ และ”ถ่ายทอด” กลับออกมาใหม่ด้วยวิธีการต่างๆ
ในวิชาวาดเส้นนี้ เราก็จะถ่ายทอดสิ่งที่เรามองเห็นออกมาด้วย”เส้น”ของดินสอค่ะ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญรองลงมาจากการมอง ก็คือ”การควบคุมเส้น”ให้ได้ดั่งใจ
วิธีการฝึกที่เป็นพื้นฐานเริ่มแรก ที่ง่ายที่สุดก็คือการวาดตามจากสิ่งที่ตาเห็น ดังนั้นในการฝึกเราก็จะมองดูแบบและวาดตาม ฟังดูไม่ยากเลยค่ะ ซึ่งสำหรับบางคนก็ไม่ยากจริงๆ แต่สำหรับบางท่านก็ลำบากเหลือเกินเหมือนกัน (ฮ่าๆ) แต่ก็ฝึกได้ค่ะ ฝึกได้.

ดังนั้นเมื่อฝึกวาดเส้นเสร็จ เราก็จะได้ “ภาพเหมือน”ออกมา จึงไม่แปลกค่ะ ที่การวาดเส้นจะถูกเข้าใจว่าเป็นการ”วาดภาพเหมือน” ซึ่งมันคือผลลัพธ์ของการวาดเส้น แต่ความจริงแล้ววาดเส้นคือ “การฝึกสังเกตุ” นะคะ ขอย้ำ. มันทำให้ทักษะของเราเพิ่มพูนขึ้น เพื่อที่จะเอาไปใช้สร้างสรรค์งานต่อไปค่ะ

ตัวอย่างผลงานศิลปนิพนธ์

Art Thesis Project: The Power of Fighting, ผลงานศิลปะนิพนธ์เรื่องพลังแห่งการต่อสู้
ตัวอย่างผลงานสร้างสรรค์จิตรกรรรมไทยประยุกต์เรื่อง พลังแห่งการต่อสู้ แสดงให้เห็นถึงอธิพลของทักษะงานวาดเส้นในงานสร้างสรรค์แบบนามธรรม ซึ่งไม่จำเป็นต้องวาดออกมาเป็นภาพเหมือนจริงเสมอไป.

ภาพบรรยากาศนิทรรศการศิลปนิพนธ์

 

 

โครงการดีๆติวฟรีวาดเส้นครั้งที่ 1 เกริ่นนำ

 

ติวฟรีวาดเส้น เกริ่นนำ

วิชาวาดเส้นถือเป็นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการทำงานหลายอาชีพในสายศิลปะ และยังมีประโยชน์ต่อทุกคนในทางอ้อม จึงถือว่าเป็นความรู้ที่มีประโยชน์กว้างขวางมาก

ในฐานะที่ผู้เขียนซึ่งริเริ่มบทความปันความรู้นี้เป็นผู้ทำงานในสายอาชีพศิลปะ ก็จะขอเริ่มต้นบทความในชุด “โครงการดีๆ ติวฟรีวาดเส้น” เพื่อเป็นประโยชน์แก่นักเรียนที่ต้องการศึกษาต่อทางด้านศิลปะและการออกแบบ และผู้ที่สนใจฝึกพื้นฐานทางศิลปะด้วยเหตุผลต่างๆ นาๆ ด้วย.

โครงการดีๆติวฟรีวาดเส้น

โครงการดีๆ ติวฟรีวาดเส้น

สารบัญ