คลังเก็บหมวดหมู่: กฎหมาย

บันทึกการเรียนกฎหมายของครูจ๋าวาดเส้น. มา มาอ่านหนังสือเป็นเพื่อนกัน.

Commercial Law 2

กฎหมายพาณิชย์ 2 : ยืม ฝากทรัพย์ ตัวแทน ประกันภัย

Commercial Law 2 : Loans, Deposits, Agents and Insurance


สารบัญ

  • คำนำ
  • หน่วยที่ 1 ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสัญญายืมและสัญญายืมใช้คงรูป
    • ตอนที่ 1.1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสัญญายืม
      • เรื่องที่ 1.1.1 ลักษณะของสัญญายืม
      • เรื่องที่ 1.1.2 ประเภทของสัญญายืม
    • ตอนที่ 1.2 สัญญายืมใช้คงรูป
      • เรื่องที่ 1.2.1 สาระสำคัญของสัญญายืมใช้คงรูป
      • เรื่องที่ 1.2.2 สิทธิและหน้าที่ของผู้ยืมใช้คงรูป
      • เรื่องที่ 1.2.3 สิทธิและหน้าที่ของผู้ให้ยืมใช้คงรูป
    • ตอนที่ 1.3 ความระงับและอายุความแห่งสัญญายืมใช้คงรูป
      • เรื่องที่ 1.3.1 ความระงับแห่งสัญญายืมใช้คงรูปในกรณีปกติ
      • เรื่องที่ 1.3.2 ความระงับแห่งสัญญายืมใช้คงรูปในกรณีพิเศษ
      • เรื่องที่ 1.3.3 อายุความแห่งสัญญายืมใช้คงรูป
  • หน่วยที่ 2 สัญญายืมใช้สิ้นเปลือง
    • ตอนที่ 2.1 สาระสำคัญของสัญญายิมใช้สิ้นเปลืองและสิทธิหน้าที่ของคู่สัญญา
      • เรื่องที่ 2.1.1 สาระสำคัญของสัญญายืมใช้สิ้นเปลือง
      • เรื่องที่ 2.1.2 สิทธิและหน้าที่ของผู้ยืมใช้สิ้นเปลือง
      • เรื่องที่ 2.1.3 สิทธิและหน้าที่ของผู้ให้ยืมใช้สิ้นเปลือง
    • ตอนที่ 2.2 ความระงับและอายุความแห่งสัญญายืมใช้สิ้นเปลือง
      • เรื่องที่ 2.2.1 ความระงับแห่งสัญญายืมใช้สิ้นเปลือง
      • เรื่องที่ 2.2.2 การชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงิน
      • เรื่องที่ 2.2.3 อายุความแห่งสัญญายืมใช้สิ้นเปลือง
  • หน่วยที่ 3 การกู้ยืมเงิน
    • ตอนที่ 3.1 ลักษณะทั่วไปของการกู้ยืมเงิน
      • เรื่องที่ 3.1.1 การกู้ยิมเงินและสัญญาอื่นที่มีลักษณะเดียวกับสัญญากู้ยืมเงิน
      • เรื่องที่ 3.1.2 สาระสำคัญของสัญญากู้ยืมเงิน
    • ตอนที่ 3.2 การกู้ยืมเงินในลักษณะอื่นและการเล่นแชร์เปียหวย
      • เรื่องที่ 3.2.1 การกู้ยืมเงินในลักษณะพิเศษ
      • เรื่องที่ 3.2.2 การกู้ยืมเงินโดยวิธีเอาสิ่งของหรือทรัพย์สินอย่างอื่นแทนจำนวนเงิน
      • เรื่องที่ 3.2.3 การเล่นแชร์เปียหวยและการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน
    • ตอนที่ 3.3 ดอกเบี้ย
      • เรื่องที่ 3.3.1 ความหมายของดอกเบี้ยและการคิดอัตราดอกเบี้ย
      • เรื่องที่ 3.3.2 ดอกเบี้ยทบต้น
    • ตอนที่ 3.4 ความระงับแห่งสัญญากู้ยืมเงินและการนำสืบการใช้เงินกู้
      • เรื่องที่ 3.4.1 ความระงับแห่งสัญญากู้ยืมเงิน
      • เรื่องที่ 3.4.2 การนำสืบการใช้เงินกู้
  • หน่วยที่ 4 สัญญาฝากทรัพย์
    • ตอนที่ 4.1 ลักษณะทั่วไปของสัญญาฝากทรัพย์
      • เรื่องที่ 4.1.1 สาระสำคัญของการฝากทรัพย์
      • เรื่องที่ 4.1.2 สิทธิและหน้าที่ของผู้รับฝาก
      • เรื่องที่ 4.1.3 สิทธิและหน้าที่ของผู้ฝาก
      • เรื่องที่ 4.1.4 ความระงับแห่งสัญญาฝากทรัพย์
      • เรื่องที่ 4.1.5 อายุความ
    • ตอนที่ 4.2 สัญญาฝากทรัพย์เฉพาะในการฝากเงิน
      • เรื่องที่ 4.2.1 การฝากเงิน
      • เรื่องที่ 4.2.2 สิทธิและหน้าที่ของผู้รับฝากเงินและผู้ฝากเงิน
    • ตอนที่ 4.3 สัญญาฝากทรัพย์เฉพาะสำหรับการฝากกับเจ้าสำนักโรงแรม
      • เรื่องที่ 4.3.1 การฝากทรัพย์กับเจ้าสำนักโรงแรม
      • เรื่องที่ 4.3.2 สิทธิและหน้าที่ของเจ้าสำนักโรงแรมและคนเดินทาง
      • เรื่องที่ 4.3.3 อายุความ
  • หน่วยที่ 5 เก็บของในคลังสินค้า
    • ตอนที่ 5.1 ลักษณะทั่วไปของการเก็บของในคลังสินค้า
      • เรื่องที่ 5.1.1 กิจการคลังสินค้า
      • เรื่องที่ 5.1.2 การเก็บของในคลังสินค้ากับการฝากทรัพย์
      • เรื่องที่ 5.1.3 ระยะเวลาฝาก
    • ตอนที่ 5.2 สิทธิหน้าที่และความรับผิดของนายคลังสินค้าและผู้เกี่ยวข้อง
      • เรื่องที่ 5.2.1 สิทธิของนายคลังสินค้า
      • เรื่องที่ 5.2.2 หน้าที่เก็บรักษาสินค้าที่ฝาก
      • เรื่องที่ 5.2.3 หน้าที่บอกกล่าวเมื่อบุคคลภายนอกอ้างสิทธิเหนือสินค้าที่ฝาก
      • เรื่องที่ 5.2.4 หน้าที่คืนสินค้าที่ฝาก
      • เรื่องที่ 5.2.5 หน้าที่เบ็ดเตล็ด
      • เรื่องที่ 5.2.6 ความรับผิดของนายคลังสินค้า
      • เรื่องที่ 5.2.7 หน้าที่และความรับผิดของผู้เกี่ยวข้องกับการฝากสินค้า
    • ตอนที่ 5.3 ใบรับของคลังสินค้าและประทวนสินค้า
      • เรื่องที่ 5.3.1 ลักษณะของเอกสาร
      • เรื่องที่ 5.3.2 การจำนำสินค้าในคลังสินค้า
      • เรื่องที่ 5.3.3 การโอนกรรมสิทธิ์และการรับเอาสินค้าที่ฝาก
      • เรื่องที่ 5.3.4 การบังคับจำนำและการไล่เบี้ย
    • ตอนที่ 5.4 อายุความ
      • เรื่องที่ 5.4.1 อายุความเรียกเอาสินค้าจากนายคลังสินค้า
      • เรื่องที่ 5.4.2 อายุความไล่เบี้ยของผู้ทรงตราสาร
      • เรื่องที่ 5.4.3 อายุความเรียกเอาบำเหน็จค่าใช้จ่ายและค่าสินไหมทดแทน
  • หน่วยที่ 6 ลักษณะทั่วไปของสัญญาตัวแทน
    • ตอนที่ 6.1 ความรู้เบื้องต้นของสัญญาตัวแทน
      • เรื่องที่ 6.1.1 ความเป็นมาของกฎหมายตัวแทน
      • เรื่องที่ 6.1.2 หลักเกณฑ์การก่อสัญญาตัวแทน
    • ตอนที่ 6.2 ชนิดของตัวแทน
      • เรื่องที่ 6.2.1 ตัวแทนรับมอบอำนาจแต่เฉพาะการ
      • เรื่องที่ 6.2.2 ตัวแทนรับมอบอำนาจทั่วไปเฉพาะกิจการ
      • เรื่องที่ 6.2.3 ตัวแทนรับมอบอำนาจทั่วไป
      • เรื่องที่ 6.2.4 ตัวแทนชนิดพิเศษ
  • หน่วยที่ 7 หน้าที่และความรับผิดระหว่างตัวแทนกับตัวการ
    • ตอนที่ 7.1 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ
      • เรื่องที่ 7.1.1 หลักเกณฑ์ทั่วไปเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของตัวแทน
      • เรื่องที่ 7.1.2 หน้าที่ของตัวแทนต่อตัวการ
      • เรื่องที่ 7.1.3 ความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ
    • ตอนที่ 7.2 หน้าที่และความรับผิดของตัวการต่อตัวแทน
      • เรื่องที่ 7.2.1 หน้าที่ของตัวการต่อตัวแทน
      • เรื่องที่ 7.2.2 ความรับผิดของตัวการต่อตัวแทน
    • ตอนที่ 7.3 อายุความ
      • เรื่องที่ 7.3.1 อายุความฟ้องให้ตัวแทนรับผิด
      • เรื่องที่ 7.3.2 อายุความฟ้องให้ตัวการรับผิด
  • หน่วยที่ 8 ความรับผิดของตัวการและตัวแทนต่อบุคคลภายนอกและความระงับสิ้นไปแห่งสัญญาตัวแทน
    • ตอนที่ 8.1 ความรับผิดของตัวการและตัวแทนต่อบุคคลภายนอก
      • เรื่องที่ 8.1.1 ความรับผิดของตัวการต่อบุคคลภายนอก
      • เรื่องที่ 8.1.2 ความรับผิดของตัวแทนต่อบุคคลภายนอก
    • ตอนที่ 8.2 ความระงับสิ้นไปแห่งสัญญาตัวแทน
      • เรื่องที่ 8.2.1 เหตุที่ทำให้สัญญาตัวแทนระงับสิ้นไป
      • เรื่องที่ 8.2.2 ผลแห่งความระงับสิ้นไปแห่งสัญญาตัวแทน
  • หน่วยที่ 9 ตัวแทนค้าต่างและนายหน้า
    • ตอนที่ 9.1 ตัวแทนค้าต่าง
      • เรื่องที่ 9.1.1 ความหมายและลักษณะของตัวแทนค้าต่าง
      • เรื่องที่ 9.1.2 สิทธิหน้าที่และความรับผิดของตัวแทนค้าต่าง
      • เรื่องที่ 9.1.3 ความระงับสิ้นไปของตัวแทนค้าต่าง
    • ตอนที่ 9.2 นายหน้า
      • เรื่องที่ 9.2.1 ความหมายและลักษณะของสัญญานายหน้า
      • เรื่องที่ 9.2.2 สิทธิและหน้าที่ของนายหน้า
      • เรื่องที่ 9.2.3 ความระงับสิ้นไปแห่งสัญญานายหน้า
  • หน่วยที่ 10 ประนีประนอมยอมความ การพนันและขันต่อ
    • ตอนที่ 10.1 ประนีประนอมยอมความ
      • เรื่องที่ 10.1.1 สาระสำคัญของประนีประนอมยอมความ
      • เรื่องที่ 10.1.2 ประเภทของประนีประนอมยอมความ
      • เรื่องที่ 10.1.3 หลักฐานของประนีประนอมยอมความ
      • เรื่องที่ 10.1.4 ผลของประนีประนอมยอมความ
      • เรื่องที่ 10.1.5 การบังคับตามสัญญาประนีประนอมยอมความและอายุความ
    • ตอนที่ 10.2 การพนันและขันต่อ
      • เรื่องที่ 10.2.1 ความหมายของการพนันและขันต่อ
      • เรื่องที่ 10.2.2 หลักเกณฑ์ของการพนันและขันต่อ
      • เรื่องที่ 10.2.3 ผลของการพนันและขันต่อ
      • เรื่องที่ 10.2.4 การออกสลากกินแบ่งและสลากกินรวบ
  • หน่วยที่ 11 ลักษณะทั่วไปของสัญญาประกันภัย
    • ตอนที่ 11.1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการประกันภัย
      • เรื่องที่ 11.1.1 ความเป็นมาและวิวัฒนาการของการประกันภัย
      • เรื่องที่ 11.1.2 กฎเกณฑ์ทฤษฎีพื้นฐานและประโยชน์ของการประกันภัย
    • ตอนที่ 11.2 ความหมายลักษณะและบุคคลที่เกี่ยวข้องในสัญญาประกันภัย
      • เรื่องที่ 11.2.1 ความหมายและประเภทของสัญญาประกันภัย
      • เรื่องที่ 11.2.2 ลักษณะของสัญญาประกันภัย
      • เรื่องที่ 11.2.3 บุคคลที่เกี่ยวข้องในสัญญาประกันภัย
    • ตอนที่ 11.3 สาระสำคัญของสัญญาประกันภัย
      • เรื่องที่ 11.3.1 หลักสุจริตอย่างยิ่งในสัญญาประกันภัย
      • เรื่องที่ 11.3.2 หลักฐานของสัญญาประกันภัย
      • เรื่องที่ 11.3.3 กรมธรรม์ประกันภัย
  • หน่วยที่ 12 ส่วนได้เสียในเหตุประกันภัย
    • ตอนที่ 12.1 ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับส่วนได้เสียในเหตุประกันภัย
      • เรื่องที่ 12.1.1 แนวคิดและความเป็นมาของส่วนได้เสียในเหตุประกันภัย
      • เรื่องที่ 12.1.2 เหตุผลสำคัญของส่วนได้เสียในเหตุประกันภัย
      • เรื่องที่ 12.1.3 ความหมายของส่วนได้เสียในเหตุประกันภัย
      • เรื่องที่ 12.1.4 ลักษณะของส่วนได้เสียในเหตุประกันภัย
    • ตอนที่ 12.2 สาระสำคัญของส่วนได้เสียในเหตุประกันภัย
      • เรื่องที่ 12.2.1 บุคคลและเวลาที่ต้องมีส่วนได้เสียในเหตุประกันภัย
      • เรื่องที่ 12.2.2 ราคาของส่วนได้เสียในเหตุประกันภัย
      • เรื่องที่ 12.2.3 ส่วนได้เสียในสัญญาประกันวินาศภัย
      • เรื่องที่ 12.2.4 ส่วนได้เสียในสัญญาประกันชีวิต
      • เรื่องที่ 12.2.5 ผลของการทำสัญญาประกันภัยโดยไม่มีส่วนได้เสียในเหตุประกันภัย
  • หน่วยที่ 13 ประกันวินาศภัย
    • ตอนที่ 13.1 ความหมายลักษณะและเรื่องทั่วไปของสัญญาประกันวินาศภัย
      • เรื่องที่ 13.1.1 ความหมายและลักษณะของสัญญาประกันวินาศภัย
      • เรื่องที่ 13.1.2 เรื่องทั่วไปของสัญญาประกันวินาศภัย
    • ตอนที่ 13.2 สิทธิและหน้าที่ของผู้รับประกันวินาศภัยผู้เอาประกันวินาศภัยและผู้รับประโยชน์
      • เรื่องที่ 13.2.1 สิทธิและหน้าที่ของผู้รับประกันวินาศภัย
      • เรื่องที่ 13.2.2 สิทธิและหน้าที่ของผู้เอาประกันวินาศภัย
      • เรื่องที่ 13.2.3 สิทธิและหน้าที่ของผู้รับประโยชน์
  • หน่วยที่ 14 ประกันภัยในการรับขนและประกันภัยค้ำจุน
    • ตอนที่ 14.1 ประกันในการรับขน
      • เรื่องที่ 14.1.1 ความหมายเหตุผลที่ต้องมีวิธีเฉพาะและลักษณะของประกันภัยในการรับขนเรื่องที่ 14.1.2 กรมธรรม์ประกันภัยในการรับขน
      • เรื่องที่ 14.1.3 กรณีมีเหตุจำเป็นประหว่างการขนส่ง
      • เรื่องที่ 14.1.4 มูลประกันภัยในการรับขน
      • เรื่องที่ 14.1.5 จำนวนค่าสินไหมทดแทน
      • เรื่องที่ 14.1.6 อายุความ
    • ตอนที่ 14.2 ประกันภัยค้ำจุน
      • เรื่องที่ 14.2.1 ความหมายและลักษณะของสัญญาประกันภัยค้ำจุน
      • เรื่องที่ 14.2.2 ความรับผิดตามสัญญาประกันภัยค้ำจุน
      • เรื่องที่ 14.2.3 การรับช่วงสิทธิ
      • เรื่องที่ 14.2.4 อายุความ
  • หน่วยที่ 15 สัญญาประกันชีวิต
    • ตอนที่ 15.1 ความเป็นมาความหมายลักษณะและประเภทของสัญญาประกันชีวิต
      • เรื่องที่ 15.1.1 ความเป็นมาและความหมายของสัญญาประกันชีวิต
      • เรื่องที่ 15.1.2 ลักษณะของสัญญาประกันชีวิต
      • เรื่องที่ 15.1.3 ประเภทของสัญญาประกันชีวิต
    • ตอนที่ 15.2 ส่วนได้เสียและการเปิดเผยข้อความจริงในสัญญาประกันชีวิต
      • เรื่องที่ 15.2.1 ส่วนได้เสียในสัญญาประกันชีวิต
      • เรื่องที่ 15.2.2 การเปิดเผยข้อความจริงในสัญญาประกันชีวิต
    • ตอนที่ 15.3 สิทธิหน้าที่ของคู่สัญญาและผู้ที่เกี่ยวข้องในสัญญาประกันชีวิตและอายุความ
      • เรื่องที่ 15.3.1 สิทธิและหน้าที่ของผู้เอาประกันชีวิต
      • เรื่องที่ 15.3.2 สิทธิและหน้าที่ของผู้รับประกันชีวิต
      • เรื่องที่ 15.3.3 สิทธิของผู้ที่เกี่ยวข้องในสัญญาประกันชีวิต
      • เรื่องที่ 15.3.4 อายุความ

บรรพ ๓ ลักษณะ ๙ ยืม

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

บรรพ ๓

ลักษณะ ๙ ยืม

  • หมวด ๑ ยืมใช้คงรูป

    1. มาตรา ๖๔๐
    2. มาตรา ๖๔๑
    3. มาตรา ๖๔๒
    4. มาตรา ๖๔๓
    5. มาตรา ๖๔๔
    6. มาตรา ๖๔๕
    7. มาตรา ๖๔๖
    8. มาตรา ๖๔๗
    9. มาตรา ๖๔๘
    10. มาตรา ๖๔๙
  • หมวด ๒ ยืมใช้สิ้นเปลือง

    1. มาตรา ๖๕๐
    2. มาตรา ๖๕๑
    3. มาตรา ๖๕๒
    4. มาตรา ๖๕๓
    5. มาตรา ๖๕๔
    6. มาตรา ๖๕๕
    7. มาตรา ๖๕๖

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

อ้างอิงจากเว็บไซต์ krisdika.go.th ปี พ.ศ. ๒๕๖๓,

หมายเหตุ อาจมีการเพิ่มเติมชื่อย่อของมาตราตามความเข้าใจส่วนตัวของผู้เขียน และจะมีการแก้ไขตลอดเวลาในขณะที่กำลังศึกษาเล่าเรียน.


สารบัญ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

  • พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ ๑ และ ๒ ที่ได้ตรวจชำระใหม่
  • พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ ๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. ๒๕๓๕
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ข้อความเบื้องต้น
  • บรรพ ๑ หลักทั่วไป
    • ลักษณะ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
    • ลักษณะ ๒ บุคคล
      • หมวด ๑ บุคคลธรรมดา
        • ส่วนที่ ๑  สภาพบุคคล
        • ส่วนที่ ๒ ความสามารถ
        • ส่วนที่ ๓ ภูมิลำเนา
        • ส่วนที่ ๔ สาบสูญ
      • หมวด ๒ นิติบุคคล
        • ส่วนที่ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
        • ส่วนที่ ๒ สมาคม
        • ส่วนที่ ๓ มูลนิธิ
      • ลักษณะ ๓ ทรัพย์
      • ลักษณะ ๔ นิติกรรม
        • หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
        • หมวด ๒ การแสดงเจตนา
        • หมวด ๓ โมฆกรรมและโมฆียกรรม
        • หมวด ๔ เงื่อนไขและเงื่อนเวลา
      • ลักษณะ ๕ ระยะเวลา
      • ลักษณะ ๖ อายุความ
        • หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
        • หมวด ๒ กำหนดอายุความ
    • บรรพ ๒ หนี้
      • ลักษณะ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
        • หมวด ๑ วัตถุแห่งหนี้
        • หมวด ๒ ผลแห่งหนี้
          • ส่วนที่ ๑ การไม่ชำระหนี้
          • ส่วนที่ ๒ รับช่วงสิทธิ
          • ส่วนที่ ๓ การใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้
          • ส่วนที่ ๔ เพิกถอนการฉ้อฉล
          • ส่วนที่ ๕ สิทธิยึดหน่วง
          • บุริมสิทธิ
            • บุริมสิทธิสามัญ
            • บุริมสิทธิพิเศษ
              • บุริมสิทธิเหนือสังหาริมทรัพย์
              • บุริมสิทธิเหนืออสังหาริมทรัพย์
            • ลำดับแห่งบุริมสิทธิ
            • ผลแห่งบุริมสิทธิ
        • หมวด ๓ ลูกหนี้และเจ้าหนี้หลายคน
        • หมวด ๔ โอนสิทธิเรียกร้อง
        • หมวด ๕ ความระงับหนี้
          • ส่วนที่ ๑ การชำระหนี้
          • ส่วนที่ ๒ ปลดหนี้
          • ส่วนที่ ๓ หักกลบลบหนี้
          • ส่วนที่ ๔ การแปลงหนี้ใหม่
          • ส่วนที่ ๕ หนี้เกลื่อนกลืนกัน
      • ลักษณะ ๒ สัญญา
        • หมวด ๑ ก่อให้เกิดสัญญา
        • หมวด ๒ ผลแห่งสัญญา
        • หมวด ๓ มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
        • หมวด ๔ เลิกสัญญา
      • ลักษณะ ๓ จัดการงานนอกสั่ง
      • ลักษณะ ๔ ลาภมิควรได้
      • ลักษณะ ๕ ละเมิด
        • หมวด ๑ ความรับผิดเพื่อละเมิด
        • หมวด ๒ ค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิด
        • หมวด ๓ นิรโทษกรรม
    • บรรพ ๓ เอกเทศสัญญา
      • ลักษณะ ๑ ซื้อขาย
        • หมวด ๑ สภาพและหลักสำคัญของสัญญาซื้อขาย
          • ส่วนที่ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
          • ส่วนที่ ๒ การโอนกรรมสิทธิ์
        • หมวด ๒ หน้าที่และความรับผิดของผู้ขาย
          • ส่วนที่ ๑ การส่งมอบ
          • ส่วนที่ ๒ ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่อง
          • ส่วนที่ ๓ ความรับผิดในการรอนสิทธิ
          • ส่วนที่ ๔ ข้อสัญญาว่าจะไม่ต้องรับผิด
        • หมวดที่ ๓ หน้าที่ของผู้ซื้อ
        • หมวดที่ ๔ การซื้อขายเฉพาะบางอย่าง
          • ส่วนที่ ๑ ขายฝาก
          • ส่วนที่ ๒
            • ขายตามตัวอย่าง
            • ขายตามพรรณนา
            • ขายเผื่อชอบ
          • ส่วนที่ ๓ ขายทอดตลาด
      • ลักษณะ ๒ แลกเปลี่ยน
      • ลักษณะ ๓ ให้
      • ลักษณะ ๔ เช่าทรัพย์
        • หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
        • หมวด ๒ หน้าที่และความรับผิดของผู้เช่า
        • หมวด ๓ หน้าที่และความรับผิดของผู้ใช้เช่า
        • หมวด ๔ ความระงับแห่งสัญญาเช่า
      • ลักษณะ ๕ เช่าซื้อ
      • ลักษณะ ๖ จ้างแรงงาน
      • ลักษณะ ๗ จ้างทำของ
      • ลักษณะ ๘ รับขน
        • หมวด ๑ รับขนของ
        • หมวด ๒ รับขนคนโดยสาร
      • ลักษณะ ๙ ยืม
        • หมวด ๑ ยืมใช้คงรูป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ข้อความเบื้องต้น

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ข้อความเบื้องต้น

มาตรา ๑  กฎหมายนี้ให้เรียกว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา ๒  ให้ใช้ประมวลกฎหมายนี้ตั้งแต่วันที่ ๑ เดือนมกราคม พระพุทธศักราช ๒๔๖๘ เป็นต้นไป

มาตรา ๓  ตั้งแต่วันที่ใช้ประมวลกฎหมายนี้สืบไป ให้ยกเลิกบรรดากฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่น ๆ ในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในประมวลกฎหมายนี้ หรือซึ่งแย้งกับบทแห่งประมวลกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ ๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. ๒๕๓๕

พระราชบัญญัติ

ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ ๑

แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่

พ.ศ. ๒๕๓๕

_______________

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕

เป็นปีที่ ๔๗ ในรัชกาลปัจจุบัน

_______________

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงบทบัญญัติบรรพ ๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และบทบัญญัติลักษณะ ๒๓ สมาคม ของบรรพ ๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้

 

มาตรา ๑  พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ ๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. ๒๕๓๕”

 

มาตรา ๒[]  พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

มาตรา ๓  ให้แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ ๑ และบรรพ ๓ ดังต่อไปนี้

(๑) ให้ยกเลิกบทบัญญัติบรรพ ๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งได้ใช้บังคับโดยพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ ๑ และบรรพ ๒ ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. ๒๔๖๘

(๒) ให้ยกเลิกลักษณะ ๒๓ สมาคม ของบรรพ ๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งได้ใช้บังคับโดยพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ ๓ ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. ๒๔๗๑

(๓) ให้ใช้บทบัญญัติท้ายพระราชบัญญัตินี้เป็นบรรพ ๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่

 

มาตรา ๔  เอกสารที่มีการใช้ตราประทับแทนการลงลายมือชื่อตามมาตรา ๙ วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งได้กระทำขึ้นก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้มีผลสมบูรณ์เสมือนกับลงลายมือชื่อต่อไป

 

มาตรา ๕  บทบัญญัติบรรพ ๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ไม่กระทบกระเทือนถึงความสมบูรณ์ของการให้กู้ยืมเงินที่ผู้เสมือนไร้ความสามารถได้กระทำขึ้นก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

 

มาตรา ๖  ผู้จัดการทรัพย์สินของผู้ไม่อยู่ที่ศาลได้ตั้งขึ้นก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หากยังมิได้จัดทำบัญชีทรัพย์สินของผู้ไม่อยู่หรือจัดทำยังไม่แล้วเสร็จ ให้จัดทำให้แล้วเสร็จภายในสามเดือนนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และให้นำมาตรา ๕๒ และมาตรา ๕๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับ

 

มาตรา ๗  ให้องค์กรหรือหน่วยงานที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นทบวงการเมืองตามความหมายของมาตรา ๗๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งถูกยกเลิกโดยมาตรา ๓ (๑) แห่งพระราชบัญญัตินี้ คงมีฐานะเป็นนิติบุคคลต่อไป

 

มาตรา ๘  ให้บรรดาสมาคมที่ได้จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นสมาคมตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้

สมาคมใดที่ได้จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มิได้ใช้ชื่อซึ่งมีคำว่า “สมาคม” ประกอบกับชื่อของสมาคมให้ยื่นคำขอแก้ไขข้อบังคับของสมาคมให้ถูกต้องตามมาตรา ๘๐ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

 

มาตรา ๙  สมาคมตามมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง สมาคมใด มีวิธีจัดการโดยไม่มีคณะกรรมการเป็นผู้ดำเนินกิจการของสมาคมตามมาตรา ๗๙ (๖) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ถ้าสมาคมนั้นไม่ดำเนินการยื่นคำขอแก้ไขข้อบังคับของสมาคมและจัดให้มีคณะกรรมการเป็นผู้ดำเนินกิจการของสมาคมภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้นายทะเบียนถอนชื่อสมาคมนั้นออกจากทะเบียน

 

มาตรา ๑๐  สมาคมตามมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง สมาคมใด มีสมาชิกไม่ถึงสิบคน หากสมาคมนั้นไม่ได้จัดให้มีจำนวนสมาชิกตามมาตรา ๘๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้นายทะเบียนถอนชื่อสมาคมนั้นออกจากทะเบียนตามมาตรา ๑๐๒ (๕) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้

 

มาตรา ๑๑  ให้บรรดามูลนิธิที่ได้จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นมูลนิธิตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ และให้ถือว่าตราสารก่อตั้งมูลนิธิดังกล่าวเป็นข้อบังคับของมูลนิธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้

มูลนิธิใดที่ได้จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มิได้ใช้ชื่อซึ่งมีคำว่า “มูลนิธิ” ประกอบกับชื่อของมูลนิธิ ให้ยื่นคำขอแก้ไขข้อบังคับของมูลนิธิให้ถูกต้องตามมาตรา ๑๑๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

 

มาตรา ๑๒  บรรดามูลนิธิที่มีอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและมิได้เป็นนิติบุคคล ถ้าประสงค์จะจัดตั้งเป็นนิติบุคคลและใช้คำว่า “มูลนิธิ” ประกอบชื่อของตนต่อไป ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนตามมาตรา ๑๑๔ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

 

มาตรา ๑๓  มูลนิธิตามมาตรา ๑๑ วรรคหนึ่ง มูลนิธิใด มีข้อบังคับที่กำหนดให้มีผู้จัดการของมูลนิธิไม่ถึงสามคนในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ถ้ามูลนิธินั้นไม่ดำเนินการยื่นคำขอแก้ไขข้อบังคับของมูลนิธิเพื่อให้มีคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยบุคคลไม่น้อยกว่าสามคนเป็นผู้ดำเนินกิจการของมูลนิธิภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้นายทะเบียนดำเนินการตามมาตรา ๑๒๘ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้เพื่อสั่งการให้แก้ไขข้อบังคับของมูลนิธิให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป ถ้าปรากฏว่ามูลนิธิใดไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ก็ให้นายทะเบียนร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งให้เลิกมูลนิธิตามมาตรา ๑๓๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้

 

มาตรา ๑๔  บรรดาระยะเวลาที่บัญญัติไว้ในบรรพ ๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และที่บัญญัติไว้ในลักษณะ ๒๓ สมาคม ของบรรพ ๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หากระยะเวลาดังกล่าวยังไม่สิ้นสุดลงในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และระยะเวลาที่กำหนดขึ้นตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ แตกต่างกับระยะเวลาที่กำหนดไว้เดิม ให้นำระยะเวลาที่ยาวกว่ามาใช้บังคับ

 

มาตรา ๑๕  ให้แก้เลขมาตราตามที่มีอยู่ในมาตราต่าง ๆ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เป็นเลขมาตราตามบรรพ ๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ดังต่อไปนี้

(๑) “มาตรา ๙ วรรคสองและวรรคสาม” ในมาตรา ๑๖๖๖ ให้แก้เป็น “มาตรา ๙ วรรคสอง”

(๒) “มาตรา ๒๙” ในมาตรา ๑๔๖๔ และมาตรา ๑๕๑๙ ให้แก้เป็น “มาตรา ๒๘”

(๓) “มาตรา ๓๔” ในมาตรา ๑๖๑๐ และมาตรา ๑๖๑๑ ให้แก้เป็น “มาตรา ๓๒”

(๔) “มาตรา ๖๐ มาตรา ๖๑ มาตรา ๖๓” ในมาตรา ๑๕๗๗ ให้แก้เป็น “มาตรา ๕๖ มาตรา ๕๗ มาตรา ๖๐”

(๕) “มาตรา ๖๕” ในมาตรา ๑๖๐๒ ให้แก้เป็น “มาตรา ๖๒”

(๖) “มาตรา ๖๖” ในมาตรา ๑๖๐๒ ให้แก้เป็น “มาตรา ๖๓”

(๗) “มาตรา ๘๑” ในมาตรา ๑๖๗๖ ให้แก้เป็น “มาตรา ๑๑๐”

(๘) “มาตรา ๘๕” ในมาตรา ๑๖๗๗ ให้แก้เป็น “มาตรา ๑๑๔”

(๙) “มาตรา ๑๓๐ วรรคสอง” ในมาตรา ๓๖๐ ให้แก้เป็น “มาตรา ๑๖๙ วรรคสอง”

(๑๐) “มาตรา ๑๘๙” ในมาตรา ๒๔๘ และมาตรา ๑๗๕๔ ให้แก้เป็น “มาตรา ๑๙๓/๒๗”

 

มาตรา ๑๖  บทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่นที่อ้างถึงบทบัญญัติในบรรพ ๑ หรือลักษณะ ๒๓ ในบรรพ ๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ให้ถือว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นอ้างถึงบทบัญญัติที่มีนัยเช่นเดียวกันในบรรพ ๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้

 

มาตรา ๑๗  บรรดากฎกระทรวงที่ออกตามความในมาตรา ๙๗ และมาตรา ๑๒๙๗ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ซึ่งใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้ได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้

 

มาตรา ๑๘  ให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

 

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

อานันท์  ปันยารชุน

นายกรัฐมนตรี

พระราชกฤษฎีกาให้ใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

พระราชกฤษฎีกา

ให้ใช้บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

บรรพ ๑ และ ๒ ที่ได้ตรวจชำระใหม่[]

มีพระบรมราชโองการ ในพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ประกาศจงทราบทั่วกันว่า

จำเดิมแต่ได้ออกประกาศประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๑ และ ๒ แต่วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พระพุทธศักราช ๒๔๖๖ เปนต้นมา ได้มีความเห็นแนะนำมากหลาย เพื่อยังประมวลกฎหมายนี้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

และเมื่อได้พิจารณาโดยถ่องแท้แล้ว เห็นเปนการสมควรให้ตรวจชำระบทบัญญัติในบรรพ ๑ และ ๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นใหม่

จึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สั่งว่า บทบัญญัติเดิมในบรรพ ๑ และ ๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ประกาศไว้แต่ ณ วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พระพุทธศักราช ๒๔๖๖ นั้น ให้ยกเลิกเสียสิ้น และใช้บทบัญญัติที่ได้ตรวจชำระใหม่ต่อท้ายพระราชกฤษฎีกานี้แทนสืบไป

ประกาศมา ณ วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พระพุทธศักราช ๒๔๖๘ เปนปีที่ ๑๖ ในรัชกาลปัตยุบันนี้