คลังเก็บหมวดหมู่: mini space to share Knowledge

รวบรวมบทความความรู้
จะดีแค่ไหนถ้าหากเราเข้าใจได้ตรงกัน. มาช่วยกันสรุปเรื่องยากๆให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นเถอะ.

How to draw lions in the flower field

ขั้นตอนการวาดภาพ “​สิงโตในทุ่งดอกไม้”

Lions in the flower field

 

 

Lions in the flower field Line

 

 

ขั้นตอนที่ ๑ ตีเส้นพื้นมาเป็นพื้นที่สิงโตนั่ง

 

ขีดเส้นเป็นความกว้างของก้นสิงโตยาวประมาณ ๕ เซ็นติเมตร

 

วัดระยะกึ่งกลางของเส้นด้วยวงเวียน

 

แบ่งครึ่งเส้นแนวตั้งอีกครั้งเพื่อกะขนาดรัศมีของศรีษะสิงโต

 

ขึ้นโครงศรีษะสิงโตด้วยวงกลม มีจุศูนย์กลางที่ปลายยอดสามเหลี่ยม

 

วาดหน้าของสิงโตลงไป

 

วาดขนแผงคอสิงโตด้วยสามเหลี่ยม

 

วาดตกแต่งใบหน้าสิงโตไม่ให้โล่งจนเกินไปด้วยเส้นโค้งเป็นพุ่มขน

 

ร่างขาและเท้า

 

ตัดเส้นรายละเอียดส่วนต่างๆและเขียนขนแผงคอแซมขึ้นมาอีกชั้น

 

ตกแต่งฉากด้วยทุ่งหญ้าและดอกไม้.

 

 

เอาล่ะ ขอบคุณสำหรับช่วงเวลาดีๆที่มาร่วมสนุกฝึกวาดรูปกันนะคะ

 

Flowers or wind turbines

ดอกไม้หรือกังหันลม

ดอกไม้อะไรนะ มีกลีบดอกแค่ 3 กลีบ หรือว่านี่คือกังหันลมกันแน่. มาเรียนรู้วิธีการวาดสามเหลี่ยมด้านเท่ากันเถอะ

What flower? It only has 3 petals. Or is this a wind mil? Let’s learn how to draw an equilateral triangle.

บรรพ ๓ ลักษณะ ๙ ยืม

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

บรรพ ๓

ลักษณะ ๙ ยืม

  • หมวด ๑ ยืมใช้คงรูป

    1. มาตรา ๖๔๐
    2. มาตรา ๖๔๑
    3. มาตรา ๖๔๒
    4. มาตรา ๖๔๓
    5. มาตรา ๖๔๔
    6. มาตรา ๖๔๕
    7. มาตรา ๖๔๖
    8. มาตรา ๖๔๗
    9. มาตรา ๖๔๘
    10. มาตรา ๖๔๙
  • หมวด ๒ ยืมใช้สิ้นเปลือง

    1. มาตรา ๖๕๐
    2. มาตรา ๖๕๑
    3. มาตรา ๖๕๒
    4. มาตรา ๖๕๓
    5. มาตรา ๖๕๔
    6. มาตรา ๖๕๕
    7. มาตรา ๖๕๖

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

อ้างอิงจากเว็บไซต์ krisdika.go.th ปี พ.ศ. ๒๕๖๓,

หมายเหตุ อาจมีการเพิ่มเติมชื่อย่อของมาตราตามความเข้าใจส่วนตัวของผู้เขียน และจะมีการแก้ไขตลอดเวลาในขณะที่กำลังศึกษาเล่าเรียน.


สารบัญ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

  • พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ ๑ และ ๒ ที่ได้ตรวจชำระใหม่
  • พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ ๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. ๒๕๓๕
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ข้อความเบื้องต้น
  • บรรพ ๑ หลักทั่วไป
    • ลักษณะ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
    • ลักษณะ ๒ บุคคล
      • หมวด ๑ บุคคลธรรมดา
        • ส่วนที่ ๑  สภาพบุคคล
        • ส่วนที่ ๒ ความสามารถ
        • ส่วนที่ ๓ ภูมิลำเนา
        • ส่วนที่ ๔ สาบสูญ
      • หมวด ๒ นิติบุคคล
        • ส่วนที่ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
        • ส่วนที่ ๒ สมาคม
        • ส่วนที่ ๓ มูลนิธิ
      • ลักษณะ ๓ ทรัพย์
      • ลักษณะ ๔ นิติกรรม
        • หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
        • หมวด ๒ การแสดงเจตนา
        • หมวด ๓ โมฆกรรมและโมฆียกรรม
        • หมวด ๔ เงื่อนไขและเงื่อนเวลา
      • ลักษณะ ๕ ระยะเวลา
      • ลักษณะ ๖ อายุความ
        • หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
        • หมวด ๒ กำหนดอายุความ
    • บรรพ ๒ หนี้
      • ลักษณะ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
        • หมวด ๑ วัตถุแห่งหนี้
        • หมวด ๒ ผลแห่งหนี้
          • ส่วนที่ ๑ การไม่ชำระหนี้
          • ส่วนที่ ๒ รับช่วงสิทธิ
          • ส่วนที่ ๓ การใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้
          • ส่วนที่ ๔ เพิกถอนการฉ้อฉล
          • ส่วนที่ ๕ สิทธิยึดหน่วง
          • บุริมสิทธิ
            • บุริมสิทธิสามัญ
            • บุริมสิทธิพิเศษ
              • บุริมสิทธิเหนือสังหาริมทรัพย์
              • บุริมสิทธิเหนืออสังหาริมทรัพย์
            • ลำดับแห่งบุริมสิทธิ
            • ผลแห่งบุริมสิทธิ
        • หมวด ๓ ลูกหนี้และเจ้าหนี้หลายคน
        • หมวด ๔ โอนสิทธิเรียกร้อง
        • หมวด ๕ ความระงับหนี้
          • ส่วนที่ ๑ การชำระหนี้
          • ส่วนที่ ๒ ปลดหนี้
          • ส่วนที่ ๓ หักกลบลบหนี้
          • ส่วนที่ ๔ การแปลงหนี้ใหม่
          • ส่วนที่ ๕ หนี้เกลื่อนกลืนกัน
      • ลักษณะ ๒ สัญญา
        • หมวด ๑ ก่อให้เกิดสัญญา
        • หมวด ๒ ผลแห่งสัญญา
        • หมวด ๓ มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
        • หมวด ๔ เลิกสัญญา
      • ลักษณะ ๓ จัดการงานนอกสั่ง
      • ลักษณะ ๔ ลาภมิควรได้
      • ลักษณะ ๕ ละเมิด
        • หมวด ๑ ความรับผิดเพื่อละเมิด
        • หมวด ๒ ค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิด
        • หมวด ๓ นิรโทษกรรม
    • บรรพ ๓ เอกเทศสัญญา
      • ลักษณะ ๑ ซื้อขาย
        • หมวด ๑ สภาพและหลักสำคัญของสัญญาซื้อขาย
          • ส่วนที่ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
          • ส่วนที่ ๒ การโอนกรรมสิทธิ์
        • หมวด ๒ หน้าที่และความรับผิดของผู้ขาย
          • ส่วนที่ ๑ การส่งมอบ
          • ส่วนที่ ๒ ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่อง
          • ส่วนที่ ๓ ความรับผิดในการรอนสิทธิ
          • ส่วนที่ ๔ ข้อสัญญาว่าจะไม่ต้องรับผิด
        • หมวดที่ ๓ หน้าที่ของผู้ซื้อ
        • หมวดที่ ๔ การซื้อขายเฉพาะบางอย่าง
          • ส่วนที่ ๑ ขายฝาก
          • ส่วนที่ ๒
            • ขายตามตัวอย่าง
            • ขายตามพรรณนา
            • ขายเผื่อชอบ
          • ส่วนที่ ๓ ขายทอดตลาด
      • ลักษณะ ๒ แลกเปลี่ยน
      • ลักษณะ ๓ ให้
      • ลักษณะ ๔ เช่าทรัพย์
        • หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
        • หมวด ๒ หน้าที่และความรับผิดของผู้เช่า
        • หมวด ๓ หน้าที่และความรับผิดของผู้ใช้เช่า
        • หมวด ๔ ความระงับแห่งสัญญาเช่า
      • ลักษณะ ๕ เช่าซื้อ
      • ลักษณะ ๖ จ้างแรงงาน
      • ลักษณะ ๗ จ้างทำของ
      • ลักษณะ ๘ รับขน
        • หมวด ๑ รับขนของ
        • หมวด ๒ รับขนคนโดยสาร
      • ลักษณะ ๙ ยืม
        • หมวด ๑ ยืมใช้คงรูป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ข้อความเบื้องต้น

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ข้อความเบื้องต้น

มาตรา ๑  กฎหมายนี้ให้เรียกว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา ๒  ให้ใช้ประมวลกฎหมายนี้ตั้งแต่วันที่ ๑ เดือนมกราคม พระพุทธศักราช ๒๔๖๘ เป็นต้นไป

มาตรา ๓  ตั้งแต่วันที่ใช้ประมวลกฎหมายนี้สืบไป ให้ยกเลิกบรรดากฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่น ๆ ในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในประมวลกฎหมายนี้ หรือซึ่งแย้งกับบทแห่งประมวลกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ ๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. ๒๕๓๕

พระราชบัญญัติ

ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ ๑

แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่

พ.ศ. ๒๕๓๕

_______________

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕

เป็นปีที่ ๔๗ ในรัชกาลปัจจุบัน

_______________

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงบทบัญญัติบรรพ ๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และบทบัญญัติลักษณะ ๒๓ สมาคม ของบรรพ ๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้

 

มาตรา ๑  พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ ๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. ๒๕๓๕”

 

มาตรา ๒[]  พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

มาตรา ๓  ให้แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ ๑ และบรรพ ๓ ดังต่อไปนี้

(๑) ให้ยกเลิกบทบัญญัติบรรพ ๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งได้ใช้บังคับโดยพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ ๑ และบรรพ ๒ ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. ๒๔๖๘

(๒) ให้ยกเลิกลักษณะ ๒๓ สมาคม ของบรรพ ๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งได้ใช้บังคับโดยพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ ๓ ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. ๒๔๗๑

(๓) ให้ใช้บทบัญญัติท้ายพระราชบัญญัตินี้เป็นบรรพ ๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่

 

มาตรา ๔  เอกสารที่มีการใช้ตราประทับแทนการลงลายมือชื่อตามมาตรา ๙ วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งได้กระทำขึ้นก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้มีผลสมบูรณ์เสมือนกับลงลายมือชื่อต่อไป

 

มาตรา ๕  บทบัญญัติบรรพ ๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ไม่กระทบกระเทือนถึงความสมบูรณ์ของการให้กู้ยืมเงินที่ผู้เสมือนไร้ความสามารถได้กระทำขึ้นก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

 

มาตรา ๖  ผู้จัดการทรัพย์สินของผู้ไม่อยู่ที่ศาลได้ตั้งขึ้นก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หากยังมิได้จัดทำบัญชีทรัพย์สินของผู้ไม่อยู่หรือจัดทำยังไม่แล้วเสร็จ ให้จัดทำให้แล้วเสร็จภายในสามเดือนนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และให้นำมาตรา ๕๒ และมาตรา ๕๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับ

 

มาตรา ๗  ให้องค์กรหรือหน่วยงานที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นทบวงการเมืองตามความหมายของมาตรา ๗๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งถูกยกเลิกโดยมาตรา ๓ (๑) แห่งพระราชบัญญัตินี้ คงมีฐานะเป็นนิติบุคคลต่อไป

 

มาตรา ๘  ให้บรรดาสมาคมที่ได้จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นสมาคมตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้

สมาคมใดที่ได้จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มิได้ใช้ชื่อซึ่งมีคำว่า “สมาคม” ประกอบกับชื่อของสมาคมให้ยื่นคำขอแก้ไขข้อบังคับของสมาคมให้ถูกต้องตามมาตรา ๘๐ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

 

มาตรา ๙  สมาคมตามมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง สมาคมใด มีวิธีจัดการโดยไม่มีคณะกรรมการเป็นผู้ดำเนินกิจการของสมาคมตามมาตรา ๗๙ (๖) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ถ้าสมาคมนั้นไม่ดำเนินการยื่นคำขอแก้ไขข้อบังคับของสมาคมและจัดให้มีคณะกรรมการเป็นผู้ดำเนินกิจการของสมาคมภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้นายทะเบียนถอนชื่อสมาคมนั้นออกจากทะเบียน

 

มาตรา ๑๐  สมาคมตามมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง สมาคมใด มีสมาชิกไม่ถึงสิบคน หากสมาคมนั้นไม่ได้จัดให้มีจำนวนสมาชิกตามมาตรา ๘๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้นายทะเบียนถอนชื่อสมาคมนั้นออกจากทะเบียนตามมาตรา ๑๐๒ (๕) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้

 

มาตรา ๑๑  ให้บรรดามูลนิธิที่ได้จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นมูลนิธิตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ และให้ถือว่าตราสารก่อตั้งมูลนิธิดังกล่าวเป็นข้อบังคับของมูลนิธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้

มูลนิธิใดที่ได้จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มิได้ใช้ชื่อซึ่งมีคำว่า “มูลนิธิ” ประกอบกับชื่อของมูลนิธิ ให้ยื่นคำขอแก้ไขข้อบังคับของมูลนิธิให้ถูกต้องตามมาตรา ๑๑๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

 

มาตรา ๑๒  บรรดามูลนิธิที่มีอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและมิได้เป็นนิติบุคคล ถ้าประสงค์จะจัดตั้งเป็นนิติบุคคลและใช้คำว่า “มูลนิธิ” ประกอบชื่อของตนต่อไป ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนตามมาตรา ๑๑๔ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

 

มาตรา ๑๓  มูลนิธิตามมาตรา ๑๑ วรรคหนึ่ง มูลนิธิใด มีข้อบังคับที่กำหนดให้มีผู้จัดการของมูลนิธิไม่ถึงสามคนในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ถ้ามูลนิธินั้นไม่ดำเนินการยื่นคำขอแก้ไขข้อบังคับของมูลนิธิเพื่อให้มีคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยบุคคลไม่น้อยกว่าสามคนเป็นผู้ดำเนินกิจการของมูลนิธิภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้นายทะเบียนดำเนินการตามมาตรา ๑๒๘ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้เพื่อสั่งการให้แก้ไขข้อบังคับของมูลนิธิให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป ถ้าปรากฏว่ามูลนิธิใดไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ก็ให้นายทะเบียนร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งให้เลิกมูลนิธิตามมาตรา ๑๓๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้

 

มาตรา ๑๔  บรรดาระยะเวลาที่บัญญัติไว้ในบรรพ ๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และที่บัญญัติไว้ในลักษณะ ๒๓ สมาคม ของบรรพ ๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หากระยะเวลาดังกล่าวยังไม่สิ้นสุดลงในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และระยะเวลาที่กำหนดขึ้นตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ แตกต่างกับระยะเวลาที่กำหนดไว้เดิม ให้นำระยะเวลาที่ยาวกว่ามาใช้บังคับ

 

มาตรา ๑๕  ให้แก้เลขมาตราตามที่มีอยู่ในมาตราต่าง ๆ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เป็นเลขมาตราตามบรรพ ๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ดังต่อไปนี้

(๑) “มาตรา ๙ วรรคสองและวรรคสาม” ในมาตรา ๑๖๖๖ ให้แก้เป็น “มาตรา ๙ วรรคสอง”

(๒) “มาตรา ๒๙” ในมาตรา ๑๔๖๔ และมาตรา ๑๕๑๙ ให้แก้เป็น “มาตรา ๒๘”

(๓) “มาตรา ๓๔” ในมาตรา ๑๖๑๐ และมาตรา ๑๖๑๑ ให้แก้เป็น “มาตรา ๓๒”

(๔) “มาตรา ๖๐ มาตรา ๖๑ มาตรา ๖๓” ในมาตรา ๑๕๗๗ ให้แก้เป็น “มาตรา ๕๖ มาตรา ๕๗ มาตรา ๖๐”

(๕) “มาตรา ๖๕” ในมาตรา ๑๖๐๒ ให้แก้เป็น “มาตรา ๖๒”

(๖) “มาตรา ๖๖” ในมาตรา ๑๖๐๒ ให้แก้เป็น “มาตรา ๖๓”

(๗) “มาตรา ๘๑” ในมาตรา ๑๖๗๖ ให้แก้เป็น “มาตรา ๑๑๐”

(๘) “มาตรา ๘๕” ในมาตรา ๑๖๗๗ ให้แก้เป็น “มาตรา ๑๑๔”

(๙) “มาตรา ๑๓๐ วรรคสอง” ในมาตรา ๓๖๐ ให้แก้เป็น “มาตรา ๑๖๙ วรรคสอง”

(๑๐) “มาตรา ๑๘๙” ในมาตรา ๒๔๘ และมาตรา ๑๗๕๔ ให้แก้เป็น “มาตรา ๑๙๓/๒๗”

 

มาตรา ๑๖  บทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่นที่อ้างถึงบทบัญญัติในบรรพ ๑ หรือลักษณะ ๒๓ ในบรรพ ๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ให้ถือว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นอ้างถึงบทบัญญัติที่มีนัยเช่นเดียวกันในบรรพ ๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้

 

มาตรา ๑๗  บรรดากฎกระทรวงที่ออกตามความในมาตรา ๙๗ และมาตรา ๑๒๙๗ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ซึ่งใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้ได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้

 

มาตรา ๑๘  ให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

 

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

อานันท์  ปันยารชุน

นายกรัฐมนตรี