คลังเก็บป้ายกำกับ: ศิลปะเด็ก

Two things that are most precious

สองสิ่งที่เลอค่าที่สุด

ความมั่นใจของคุณมีค่าแค่ไหน. และเราต้องจ่ายเงินเท่าไหร่ถึงจะได้ความจริงใจมา.

How much is your confidence? And how much must we pay to get the sincerity.

อาจมีคนที่เห็นตรงกันกับจ๋าบ้าง ว่าทั้งสองสิ่งที่กล่าวมาล้วนมีค่า และไม่อาจแลกมาได้ด้วยเงิน.

There may be people who agree with me. That both of the above are valuable And cannot be exchanged for money.

เงินไม่อาจซื้อความมั่นใจได้ และต่อให้มีเงินมากแค่ไหนก็ไม่อาจซื้อความจริงใจได้เช่นกัน.

Money can’t buy confidence. And even if you have a lot of money, you cannot buy sincerity either.

แอดเลอร์กล่าวว่า “จงยอมรับในตัวเอง ไม่ใช่มั่นใจในตัวเอง” ทำให้เราเข้าใจมากขึ้นว่า สิ่งที่เราเรียกว่าความมั่นใจ แท้จริงแล้วมาจากความเชื่อมั่นในตนเอง และเราจะเชื่อมั่นในตนเองได้นั้นเราจำเป็นจะต้องรู้จัก เข้าใจ และยอมรับในสิ่งที่เราเป็น. “ยอมรับในตัวเอง” นี่เป็นจุดเริ่มต้นของความมั่นใจ

Adler said “Accept yourself, Not self-confidence “makes us understand that What we call confidence In truth, it comes from believe in your self.  And to be able to believe in yourself, we need to know, understand, and accept what we are. “Accept yourself” This is the beginning of confidence.

ความเชื่อมั่นจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยความเชื่อใจโดยปราศจากความระแวง และเราจะไม่สามารถเชื่อใจใครได้เลยหากเราไม่สามารถเชื่อในตนเอง.

Confidence can only come with trust without paranoia. And we cannot trust anyone if we cannot believe in ourselves.

ดังนั้นหากเราสามารถที่จะเชื่อมั่นในตัวเองได้แล้ว เราก็จะไม่มีวันถูกใครก็ตามทำลายความมั่นใจลงได้ทั้งนั้น. นี่เป็นก้าวสำคัญของชีวิต. และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชีวิตมีความสุข

Therefore, if we are able to believe in ourselves We will never be able to be destroyed by anyone. This is an important step in life. And is the starting point for making life happy

การบ่มเพาะความความรู้สึกเชื่อมั่นในตนเองจึงสำคัญมาก และเป็นสิ่งที่ไม่สามารถแลกมาได้ด้วยเงิน. เราไม่จำเป็นต้องซื้อคอร์สเรียนราคาแพงเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าเราจะได้ความรู้อะไรเป็นพิเศษหรือเก่งกว่าคนอื่นๆ, เช่นเดียวกับที่เราไม่จำเป็นต้องใส่เสื้อผ้าราคาแพงเพื่อให้รู้สึกว่าเนื้อตัวเรามีค่า, เราไม่ต้องจำเป็นต้องใส่นาฬิกาหรูเพื่อให้รู้สึกว่าชีวิตเรานั้นสำคัญ, เราไม่จำเป็นต้องซื้อบ้านหลังใหญ่เพื่อให้รู้สึกว่าเรามีครอบครัวที่อบอุ่น. ขอเพียงแค่เราเชื่อใจกัน.

Cultivation of feelings of self-confidence is therefore very important. And is something that cannot be exchanged for money. We don’t need to buy expensive courses to make sure we get something special or better than others, just as we don’t need to wear expensive clothes to feel our body is precious. , We don’t need to wear luxury watches to feel that our lives are important, we don’t need to buy a big house to feel like we have a warm family. We just trust each other.

เริ่มจากเชื่อมั่นในตนเอง ยอมรับในตนเอง.

Start by trusting in yourself Accept yourself.

และวิธีที่ง่ายที่สุดในการจะแสดงความจริงใจนั่นคือการสละประโยชน์. การที่เราจะพูดต่อเพื่อนๆ ผู้อ่านทุกท่านตรงนี้ตามจริงโดยไม่มีคอร์สเรียนราคาแพงขาย ไม่มีสิ่งใดแลกเปลี่ยน. ขอเพียงแค่สิ่งนี้เป็นประโยชน์ต่อท่านที่ได้บังเอิญผ่านเข้ามาอ่านแล้วรู้จักกันก็รู้สึกยินดีมากแล้ว.

And the easiest way to show sincerity is to give up the benefit. We will talk to friends. All readers here, as is true, without expensive courses for sale. Nothing exchanged. If only this thing is of benefit to you who have come across it and read it and know each other, it is very happy.

การบ่มเพาะนิสัยเชื่อมั่นในตนเองเป็นก้าวแลกที่สำคัญและทำให้ชีวิตสามารถมีความสุขได้ง่ายขึ้นในทุกๆสถานการณ์. เป็นนิสัยที่ดีที่ถ้าเด็กๆมีติดตัวไว้แล้วก็จะทำให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากความทุกข์ทั้งกายและใจ. และสิ่งที่เลอค่าเช่นนี้ ท่านสามารถสร้างได้ด้วยตนเองด้วยวิธีง่ายๆ เริ่มจากทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จที่บ้าน.  อาจจะชิ้นเล็กชิ้นน้อยก็ได้ และทำให้สำเร็จบ่อยๆจนเป็นนิสัย.

Cultivating self-confidence is an important step forward and makes life easier to be happy in any situation. It is a good habit that if children have it on their own, they will be safe from physical and mental suffering. And such precious things You can create it yourself by simple methods. Start by accomplishing something at home. May be small pieces And achieving it often becomes a habit.

 

กว่าเราจะรู้ตัว เด็กๆของเราก็มีจิตใจที่เข้มแข็งมากจนยากที่จะมีสิ่งใดมาทำร้ายได้เสียแล้ว.

Before we know it Our children are so strong that it’s hard to hurt anything.

เชื่อสิว่า ท่านสามารถมอบความสุขและสิ่งที่เลอค่าให้แก่เด็กๆที่บ้านได้โดยไม่ต้องใช้สตางค์เลยแม้แต่บาทเดียว. เพราะเพียงแค่สายตาที่คุณมองงาน รอยยิ้ม คำพูดที่แสดงถึงความชื่นชมอย่างจริงใจ นั้นมีค่ามากกว่าคอร์สเรียนราคาแพงหรือของเล่นชิ้นไหนๆที่เราจะสรรหามาให้แก่เด็กๆของเรา.

Believe that you can give happiness and precious things to children at home without having to spend even one baht. Because only your eyes look at the job, the smile, the words that show sincere admiration That is more valuable than an expensive course or any toy that we will find for our children.

ขอให้ทุกท่านอยู่บ้านอย่างมีควาวมสุขในช่วงนี้นะ.

I wish you all to be at home happily in this period.

ศิลปะบำบัดสมาธิสั้น (ในมุมมองจ๋า)

ต้องขอออกตัวก่อนว่าจ๋าเป็นเพียงผู้สอนคนหนึ่งที่มีประสบการณ์ได้สัมผัสกับเด็กๆบ้าง ไม่ได้มากมายอะไร และไม่ได้เป็สายตรงที่จบศิลปะเด็กหรือเอกปฐมวัย  แต่เท่าที่สัมผัสและรับรู้ได้นั้น สมาธิสั้นไม่ใช่เรื่องไม่ดี

มันคงจะแย่มากถ้าหากเรานั่งทำงานได้ติดต่อกันเกิน 24 ชั่วโมงต่อวันโดยไม่ลุกไปไหนเลย.  ที่ต้องยกตัวอย่างให้เว่อร์เพื่อจะได้มองเห็นภาพชัดขึ้นว่าการมีสมาธิจดจ่อกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งนานๆก็ไม่ใช่ผลดีเสมอไป

เพื่อปกป้องไม่ให้ร่างกายบาดเจ็บจากการอยู่ในท่าเดิมนานๆธรรมชาติจึงต้องการให้เราเคลื่อนไหวให้มากโดยทำให้เรารู้สึกหมดความสนใจกับสิ่งที่ทำแล้วหันไปทำอย่างอื่นสลับกันแทน เมื่อเห็นดังนี้แล้วการมีสมาธิที่จำกัดจึงเป็นเรื่องธรรมดา.

จ๋าจึงเกิดคำถามหนึ่งขึ้นในใจว่า “สมาธิสั้นมีอยู่จริงหรือไม่?” และเมื่อได้ลองค้นหาคำนี้ดูก็ได้พบกับบทความของคุณหนูดี และเห็นด้วยกับเนื้อความที่ว่า แท้จริงแล้วเด็กสมาธิสั้นเป็นเด็กที่ฉลาดมาก และจะมีสมาธิสูงกับเรื่องที่สนใจเท่านั้น หากเป็นเรื่องที่ไม่สนใจก็จะไม่สามารถจดจ่ออยู่ได้เลย

จริงอยู่ที่อาการสมาธิสั้นถ้าหากมีมากไปจะเป็นผลเสียหายต่อตัวเด็ก การไม่สนใจสิ่งรอบข้างอาจทำให้คุยกับผู้อื่นไม่รู้เรื่อง หรือเรียนหนังสือตามไม่ทัน การควบคุมอารมณ์ไม่ได้อาจทำให้เข้ากับผู้อื่นได้ยากก็จะมีผลกระทบตามมา สุดท้ายการไม่สามารถจดจ่ออยู่กับงานใดงานหนึ่งก็จะทำให้สร้างสรรค์งานไม่สำเร็จ และตอกย้ำความรู้สึกว่าตนเองไม่มีความสามารถที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถ้าหากมันมีมากจนทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลงแล้วล่ะก็ ก็อาจถูกเรียกว่าเป็นโรคสมาธิสั้นได้

แต่ถึงอย่างนั้นมันจะมีประโยชน์อะไรหากเรามองว่ามันเป็นความบกพร่องที่ทำให้เราแปลกแยกจากคนอื่นๆ เรามามองในแง่ดีว่าเรากำลังรับมือกับเรื่องยากๆ  แต่มันก็เป็นปัญหาปกติที่ชีวิตต้องเผชิญบ้างดีกว่า

ตามความเห็นของจ๋า เด็กที่มีสมาธิสั้นคือเด็กที่ฉลาดมากเกินกว่าปกติด้วยซ้ำไป.  เพราะอะไรถึงทำให้เค้าไม่สนใจสิ่งต่างๆที่เราพยายามยัดเยียดให้เค้าทำ  คำตอบก็คือเพราะเด็กคนนั้นรู้ว่า “เรื่องนั้นมันไม่มีประโยชน์ต่อตัวเขา”  จากทฤษฏีจิตวิทยาปัจเจกบุคคลของ อัลเฟรด แอดเลอร์ ได้อธิบายว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่กระทำสิ่งต่างๆโดยยึดเป้าหมายเป็นสำคัญ แสดงให้เห็นว่าทุกๆการกระทำล้วนต้องมีเป้าหมาย.  ลองคิดดูว่าถ้าหากเราต้องทำกิจกรรมอะไรบางอย่างไปนานๆโดยไม่รู้เหตุผลว่าทำไปทำไม  กิจกรรมนี้มันสำคัญอย่างไร  จ๋าเชื่อว่าไม่นาน เราก็จะเบื่อมันไปเอง  ไม่ต้องให้เด็กมาทำหรอก เอาเป็นผู้ใหญ่โตแล้วนี่แหละ หรือจะแก่แล้วก็ได้ (55+)

เวลากำหนดกิจกรรมการเรียนการสอน เรามักจะมองจากมุมมองของเราไปสู่ตัวเด็กแล้วคิดแทนเด็ก  ว่าอันนี้น่าจะมีประโยชน์ต่อตัวเขานะ  อันนี้ไม่มีประโยชน์… ทั้งที่ความจริงเราไม่สามารถรู้ได้ด้วยความคิดของเราเลยว่าอะไรที่มีประโยชน์ต่อตัวเขาจริงๆ.  เรามองแทนเขา เราคิดในแบบของเรา  แต่เราคิดแทนเขา   เราไม่เคยตั้งใจดูจริงๆว่าแท้จริงแล้วเขาชอบเขาสนใจอะไร  นี่คือประเด็นของศิลปะบำบัดสมาธิสั้นในทัศนของจ๋านะ.

เด็กสมาธิสั้นไม่ใช่เด็กมีปัญหาที่ต้องหาทางรักษาโดยการให้ยาหรือการส่งไปบำบัด   มันไม่ใช่ว่าทำแค่นั้นแล้วจะหายได้  แต่คนที่มีอาการสมาธิสั้นเป็นคนฉลาด  เขาสามารถคิดเองได้ดีและต้องการการช่วยเหลือสนับสนุน ต้องการการสนใจ เอาใจใส่ การแนะนำที่ตรงตามความสนใจของเขาก็เท่านั้นเอง.   ถ้าเป็นเด็กเล็ก ก็ควรจะให้ได้ลองทำกิจกรรมหลากหลายแล้วก็สังเกตพฤติกรรมว่าเขาเลือกเขาชอบทางไหนก็ส่งเสริมไปทางนั้น.  มันอาจฟังดูง่าย ซึ่งความจริงแล้วไม่ได้ง่ายซะทีเดียว.  เพราะสิ่งที่เด็กๆต้องการไม่ใช่แค่กิจกรรมดีๆ หรือคอร์สเรียนราคาแพง แต่เป็นความรักความอบอุ่นและดูแลเอาใจใส่จากคนในครอบครัว คนรอบข้างต่างหาก. ดังนั้นหากต้องการดูแลเด็กที่อยู่ไม่นิ่งเหล่านี้ต้องใช้พลังมาก เพราะดูแลเอาใจใส่แบบเฉพาะเจาะจงเป็นคนๆไป และจ๋าคิดว่าจะเป็นใครไปไม่ได้เลยที่จะทำหน้าที่นี้ได้ดีที่สุดถ้าไม่เริ่มจากตัวผู้ปกครองเอง

มาถึงตรงนี้ถ้าหากจ๋าอยากโฆษณาขายคอร์สเรียนศิลปะบำบัดที่อาจจะราคาสูงสักหน่อยแต่สอนตัวต่อตัวก็คงจะทำได้ (55+) แต่จ๋าไม่ทำหรอก เพราะไม่ค่อยถนัดดูแลเด็กๆด้วยหนึ่ง.  สองก็คือ ไม่ใช่ว่าจ่ายเงินซื้อคอร์สเรียนศิลปะบำบัดแล้วจะหาย.  แต่เด็กๆจะดีขึ้นแน่ มีความสุขขึ้นแน่ๆถ้าหากเค้าได้ทำในสิ่งที่เค้ารักแล้วประสบความสำเร็จ.  คุณเองก็เหมือนกันใช่ไหมล่ะ  ไม่มีใครอยากรู้สึกว่าทำงานอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จหรอก ดังนั้นในการกำหนดกิจกรรมสำหรับเด็กๆ (หรือจะผู้ใหญ่ก็ได้นะ สำหรับทุกคนเลย) ควรคำนึงดังนี้

1. เป็นเรื่องที่น่าสนใจ

ให้ลองคิดถึงตัวเอง ถ้ามีคนมาบังคับให้เราวาด    วาดอะไรก็ไม่รู้ที่เราไม่ได้สนใจเลย  เราจะตั้งใจวาดได้สักแค่ไหน.  การค้นหาความสนใจจริงๆของตนเองเป็นเรื่องลึกลับอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ ถ้าไม่เชื่อก็ลองค้นหาดูด้วยตนเอง. ดังนั้นถ้าเรื่องที่จะทำมันไม่น่าสนใจ มันก็คงไม่ใช่กิจกรรมที่เหมาะกับเราแล้วล่ะ  กับเด็กๆก็เช่นกัน.  ถ้าไม่น่าสนใจสำหรับพวกเขาก็อย่าไปบังคับให้เขาทำ.

2.ง่ายเกินกว่าที่จะล้มเหลว

จ๋าชอบคำนี้ที่สุดเลยนะตอนนี้ เพราะได้สัมผัสอะไรหลายๆอย่างด้วยตนเองแล้วมองว่าวิธีนี้ได้ผลเอามากๆ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกิจกรรมการสอนเด็กๆด้วย.  ไม่มีใครชอบความล้มเหลว ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่  ถ้าเรื่องที่ทำมันยากเกินไป แม้จะเป็นเรื่องที่น่าสนใจแค่ไหนก็คงทำใจให้ชอบลำบาก  ดังนั้นถ้าจะชวนเด็กทำกิจกรรมอะไรให้พยายามดูกำลังของเด็กให้มากๆ ว่ามันไม่ง่ายจนน่าเบื่อ และไม่ยากจนเกินจะทำได้ แค่พอตึงๆมือก็น่าสนุกดีแล้วนะ.

3.มีเป้าหมายชัดเจน

ว่าทำไปทำไม. พยายามแสดงจุดหมายปลายทางให้เห็นภาพชัดๆเลยว่าทำไปแล้วจะได้อะไรออกมา เพราะถ้าให้แค่โจทย์แล้วปล่อยให้ทำเองโดยไม่มีภาพขั้นตอนการทำงานแสดงประกอบให้ชัด หรือไม่มีผลลัพท์ให้เห็น ก็คงยากที่จะเข้าใจว่าให้ทำอะไร.  ต่อให้เป็นคนเก่งยังไงก็คงต้องมีหลงทาง มีงงแน่นอนถ้าไม่อธิบายให้ดีก่อน.  อย่าว่าแต่เด็กเลย ผู้ใหญ่หลายคนอย่างเราเองบางครั้งก็ไปไม่ถูกเหมือนกัน

ประเด็นเรื่อง “ทำไมเด็กถึงติดเกมส์?” น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีของแนวทางการจัดกิจกรรมให้เด็ก คุณเคยสงสัยมั้ยว่าทำไมคนชอบเล่นเกมส์มากกว่าเรียนหนังสือ.  เด็กหรือคนที่สมาธิสั้นหลายคนไม่สามารถจดจ่ออยู่กับอะไรได้นานแต่บางคนก็สามารถเล่นเกมส์ได้นานมาก…   จ๋าฟันธงเลยว่าเด็กหรือคนที่ติดเกมส์ไม่ได้สมาธิสั้นจริงๆหรอก. พวกเขาแค่กำลังทำกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อตัวเองอยู่  จริงอยู่การเล่นเกมส์อาจไม่มีประโยชน์ในสายตาคนรอบข้างแต่ในโลกของเด็กๆที่เล่นเกมส์ ชัยชนะและกิจกรรมในเกมส์ทำให้ชีวิตของพวกเขามีความหมาย และเต็มไปด้วยคุณค่า.  ทำไมเกมส์ถึงให้ความรู้สึกแบบนั้นได้.  เพราะพวกเขาได้ออกแบบกิจกรรมมาอย่างระมัดระวังต่อการกระทบจิตใจของผู้เล่นโดย 1.มีเป้าหมายชัดเจน  2.ง่ายเกินกว่าที่จะล้มเหลว  และ3.มันดูน่าสนใจ.  แล้วเราจะพบว่าเด็กๆที่เล่นเกมส์จะค่อยๆดึงตัวเองออกจากโลกแห่งความเป็นจริงที่ชีวิตล้มเหลว และเข้าไปอยู่ในโลกเสมือนที่ชีวิตตัวเองโดดเด่นและประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น. ถ้าหากเรารู้เท่าทันอย่างนี้แล้วในฐานะคนในครอบครัว หัวหน้าครอบครัวหรือผู้ปกครอง ก็สามารถต่อสู้กับปัญหาเหล่านี้โดยการจัดสภาพแวดล้อมให้ดูดีกว่าในเกมส์ซะ เพื่อดึงเด็กๆออกมาโดยพลัน .  อนึ่งเกมส์ไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยนะถ้าเล่นแต่น้อย ออกกำลังกายให้มากๆ (55+)

ก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครองที่สนใจดูแลเด็กๆที่อยู่ไม่นิ่งที่บ้านด้วยนะคะ  ขอบคุณที่ติดตามบทความในเว็บบ้านโพรงไม้มาโดยตลอดค่ะ.

แผนที่บ้านโพรงไม้หัวหิน

ปล. ห้องเรียนศิลปะบ้านโพรงไม้ยินดีต้อนรับผู้สนใจฝึกฝนวิชาวาดรูปอย่างจริงจังเสมอ.  จ๋าสามารถสอนวาดรูปได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่ที่จำกัดเอาไว้ว่ารับเฉพาะเด็กโตตั้งแต่มัธยมขึ้นไปเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กเล็กถูกบังคับให้เรียนวาดรูปแบบเด็กโตทั้งๆที่ไม่ได้สนใจ เพราะจ๋าไม่ได้สอนแบบศิลปะเด็กซึ่งต้องการการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ. แต่ถ้าคิดว่าเด็กเล็กของคุณสนใจวาดรูปเป็นพิเศษก็สามารถเข้ามาได้เสมอค่ะ จ๋ายินดีต้อนรับ

จ๋าสามารถสอนให้คนที่สนใจวาดรูปสามารถวาดเก่งขึ้นได้

แต่ไม่สามารถทำให้คนที่ไม่ได้สนใจวาดรูปหันมาวาดได้

ฉะนั้นถ้าหากตั้งใจว่าจะฝึกวาดรูปแล้วก็ติดต่อกันมาได้เสมอค่ะ

 

แรงบันดาลใจจากพื้นผิวของต้นไม้

ภาพสเก็ตพื้นผิวต้นไม้ด้วยการลอกลายมา

เช่นเคย ถึงแม้จะเป็นการสอนศิลปะเด็กน้อย แต่วิธีการเรียบง่ายนี้ช่วยชี้นำให้เกิดการสังเกตพื้นผิวที่แตกต่าง หลากหลายได้เป็นอย่างดี  อันที่จริงไม่ได้มีเพียงแต่พื้นผิวของต้นไม้เท่านั้น ทั้งอิฐปูนกระเบื้อง ทุกอย่างล้วนเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศที่จะนำมาใช้ในงานสร้างสรรค์ได้ทั้งสิ้น

ภาพการสร้างสรรค์ผลงานจากพื้นผิวในธรรมชาติ

โจทย์วันนี้ก็คือให้ผู้เรียนนำพื้นผิวที่ลอกลายมาทั้ง 5 แบบ มาสร้างสรรค์เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ อะไรก็ได้

ผลงานสร้างสรรค์สิ่งมีชีวิตจากพื้นผิวที่แตกต่างกัน 5 แบบ

นี่เป็นตัวอย่างงานที่เราสร้างสรรค์เพื่อเป็นตัวอย่างให้ผู้เรียนนะ จะเห็นได้ว่าแปลกประหลาดมากมาย. บางครั้งเราก็ไม่จำเป็นต้องคาดหวังอะไรมาก แค่ลองทำอะไรแปลกใหม่บ้างก็พอ คุณจะเห็นได้เองเมื่อมือจับดินสอ กระดาษว่างเปล่า และพู่กันละเลงสี สิ่งที่เกิดหลังจากนั้นจะแปลกใหม่ บางทีก็อยู่นอกเหนือการควบคุม  แต่นั่นแหละคือความสนุก

กล้าๆวาดกันนะทุกคน อย่าไปคิดอะไรมาก

ครูจ๋าวาดเส้น

คุณค่าของการวาดรูปที่แท้จริงอยู่ที่การสังเกต

ภาพวาดกระต่ายของน้องภู

คุณค่าที่แท้จริงของการได้วาดรูปก็คือการได้สังเกต ได้มองสิ่งนั้นๆตามความเป็นจริง. ไม่นานมานี้ตัวจ๋าเองมีประสบการณ์ที่ดีมากกับน้องภูผู้สนใจมาเรียนเสริมวาดรูปที่บ้าน บางครั้งการได้เห็นเด็กๆวาดรูปก็ทำให้ย้อนกลับมามองตัวเองในอดีต แล้วก็เห็นความรู้สึกตื่นเต้นที่ได้มอง ได้ดู ได้เห็นสิ่งต่างๆรอบตัวอย่างกระตืนรือล้น. เมื่อยังเด็กอะไรๆก็ดูน่าตื่นเต้นไปหมด. หากผู้ใหญ่อย่างเรายังรักษาความสดใหม่ของอารมณ์ความรู้สึกในการสร้างสรรค์งานไว้ได้อย่างเด็กๆ จะต้องทำให้ชีวิตมีแต่ความสุขมากๆแน่นอนค่ะ.

ภาพน้องภูกำลังวาดภาพน้องกระต่ายลงในกระดาษค่ะ

เป็นภาพที่ประทับใจภาพหนึ่งค่ะ. ก็ฝากย้ำเตือนเอาไว้กับเพื่อนๆผู้สร้างสรรค์งาน และฝากถึงตัวเองด้วย(ฮ่าๆ) ว่าอย่าให้ความสวยหรือไม่สวยมาบังตา จนทำให้มองไม่เห็นถึงความงามที่แท้จริงของการได้สังเกตสิ่งที่อยู่ตรงหน้า.  ถ้าคิดได้อย่างนี้แล้ว ไม่ว่าจะมองอะไรก็จะเห็นแต่ความสวยงามเต็มไปหมดเลยค่ะ.

ขอให้ทุกท่านมีแต่ความสนุกในการวาดรูปค่ะ

ครูจ๋าวาดเส้น

ศิลปะเด็กในสายตาผู้ใหญ่

สำหรับผู้ปกครองที่กำลังดูแลลูกหลานเองที่บ้าน เด็กเล็กๆอาจจะวัยสักประมาณ 5-6 ขวบ ก็ประมาณอนุบาล 3 – ป.1 แล้วกำลังสนใจหากิจกรรมให้ลูกหลานทำระหว่างสันหยุดหรือช่วงปิดเทอมก็แล้วแต่ ถ้าหากว่าคุณกำลังสนใจกิจกรรมศิลปะล่ะก็ บทความนี้คงเป็นประโยชน์กับคุณไม่มากก็น้อย

ก่อนจะหาที่เรียนศิลปะให้เด็กๆคุณควรเข้าใจก่อนว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของการเรียนการสอนศิลปะเด็กคืออะไร อะไรคือประโยชน์ที่ลูกหลานของคุณควรจะได้รับเมื่อเรียนศิลปะสำหรับเด็ก

ขอเน้นอีกครั้งว่า ศิลปะสำหรับเด็ก คุณควรระวังมากขั้นที่จะไม่ใช้สายตาอย่างผู้ใหญ่มองงานของเด็ก  เรื่องนี้เป็นประเด็นที่อ่อนไหวและบอบบาง ไม่ใช่เฉพาะในเด็กเท่านั้น แม้แต่ผู้ใหญ่บางคนก็ยังคงอ่อนไหวต่อการเปรียบเทียบ ซึ่งถ้าสังเกตให้ดีแล้วแม้แต่ตัวเราเองทุกคนก็ยังไม่ชอบที่จะถูกเปรียบเปรยว่าด้อยกว่าคนอื่นๆรอบข้าง  แล้วใจเด็กล่ะ จะเป็นเช่นไร?

ใจเด็กนั้นใสสะอาดเหมือนผ้าขาว เด็กยังไม่รู้ถูกไม่รู้ผิด แน่นอนว่ายิ่งยังไม่รู้ว่าอะไรสวยหรือไม่สวยอย่างชัดเจน ถึงแม้ว่าเด็กส่วนใหญ่ที่ไม่อยู่ในสภาวะแวดล้อมบีบบังคับจะสามารถบอกได้ว่าตัวเองชอบหรือไม่ชอบอะไร รู้จักเลือก และมีรสนิยม  แต่ก็มีแนวโน้มที่จะถูกครอบงำโดยผู้สอนอย่างสมบูรณ์แบบอยู่ดี

ถ้าหากคุณพ่อคุณแม่บอกว่าสวย ลูกก็จะรู้สึกดีและภูมิใจ อันนี้เป็นความจริงที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ถ้าหากคุณพ่อคุณแม่เลือกที่จะให้ลูกเรียนสิ่งใด ลูกก็จะต้องรับเข้าไปโดยที่เค้าบอกไม่ได้ว่ารู้สึกเช่นไรกับสิ่งที่เรียน มันอาจจะใช้ หรือยังไม่ใช่ หรือตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าชอบหรือไม่  โลกนี้มีทางเดินหลากหลาย  จุดหมายปลายทางไม่ได้มีเพียงแห่งเดียว  อยู่ที่เราพอใจจะเดินไปให้ถึงจุดไหน  พอใจจะเลือกเดินทางเส้นไหน ดังนั้นเมื่อคุณพ่อคุณแม่ตัดสินใจที่จะส่งลูกเข้าเรียนศิลปะแล้ว จึงต้องเตรียมตัวเปิดใจให้กว้าง เพราะสายตาของพ่อแม่ จะฉายโลกทั้งใบของลูก

“ศิลปะ” ศาสตร์ที่ไม่มีถูก ไม่มีผิดอย่างชัดเจน เราเรียนกันอย่างไร.  จ๋าจะยังไม่พูดถึงทฤษฎีความงาม สุนทรียศาสตร์ที่ซับซ้อน แต่แค่จะบอกให้ผู้ปกครองเด็กๆเข้าใจว่า ในทางศิลปะแล้ว ความสวยงามมีหลายรูปแบบ มีทั้งแบบที่มีกฎเกณฑ์ และไม่มีกฎเกณฑ์  ศิลปะที่เป็นอิสระจากเนื้อหาเช่น ศิลปะนามธรรมที่ดูภายนอกไม่รู้เรื่องว่าเกี่ยวข้องกับอะไร แต่สัมผัสได้ถึงความรู้สึกเท่านั้น ก็มีความงามในแบบของเขา  เพียงแต่อาจเข้าถึงยากในสายตาคนทั่วไป แต่หากเรารักที่จะส่งลูกมาเรียนศิลปะแล้วต้องพยายามเปิดตา เปิดใจมองให้เป็นความงามในหลายๆรูปแบบของศิลปะค่ะ  เมื่อเปิดใจให้กว้างได้มากพอแล้ว เราก็พร้อมที่จะชื่นชมกับผลงานของลูกหลานเราได้อย่างจริงใจร้อยเปอร์เซนต์เต็มแล้วค่ะ

เมื่อเปิดใจได้แล้วต่อมาคือต้องเข้าใจขีดจำกัดของเด็กของเรา แม้ตัวเราเองในปัจจุบันหากให้ไปทำสิ่งที่ไม่ถนัด ไม่เคยทำ ก็ทำได้ไม่ดี แม้ตัวผู้สอนเองจะวาดรูปมาเป็นสิบๆปี ก็ยังมีหลายสิ่งที่ไม่เคยวาด ยังวาดได้ไม่ดี ดังนั้นเข้าใจในตัวเด็กค่ะ ว่าเค้าเป็นเด็ก  ทำได้เต็มที่ของเขาก็ดีแค่ไหนแล้ว  ไม่ใช่ให้ชื่นชมเพียงผลงานแต่จะดีกว่าหากเราชื่นชมความพยายามและความตั้งใจของเขาค่ะ เพราะประโยชน์ที่จะได้รับอย่างแท้จริงจากศิลปะเด็กก็คือการสร้างอุปนิสัยที่ดีให้กับเด็กค่ะ การตอกย้ำหรือทำซ้ำๆว่า เขาตั้งใจทำงานดีจังเลย, ผลงานสำเร็จออกมาด้วยเก่งจัง, ทำงานเรียบร้อยดีนะ, สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้นิสัยการตั้งใจทำงานให้สำเร็จ เป็นคนมีความรับผิดชอบ ให้เกียรติตัวเอง  เคารพตัวเอง กล้าคิดและกล้าลงมือทำให้เห็นผล ฯลฯ ติดตัวเค้าไปตลอดชีวิต  ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่คุ้มค่ามาก

โดยส่วนตัวแล้วผู้เขียนคิดว่า ไม่ควรมีงานที่ถูกสร้างขึ้นด้วยความตั้งใจชิ้นไหน ที่สมควรถูกตำหนิเพียงเพราะใครบางคนมองว่ามันไม่สวย

ความมั่นใจเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากแต่กลับถูกทำลายลงอย่างง่ายดายเพียงคำพูดไม่กี่คำหรือเพียงแค่สายตามอง

การชมกันไม่เคยเป็นโทษภัย หากเราชื่นชมอย่างจริงใจ ในกรณีที่คำชมกลับกลายเป็นดั่งยาพิษก็มีอยู่เมื่อคำชมนั้นปราศจากความจริงใจ และเคลือบแฝงไปด้วยการหวังผลประโยชน์ตอบแทนอย่างรุนแรง  ซึ่งพบได้บ่อยมากในยุคปัจจุบันที่การแข่งขันทางการค้าสูงมาก

ดังเมื่อหลายปีก่อน เมื่อครั้งที่ผู้เขียนจบมาใหม่ๆได้เข้าสอนในสถาณที่หนึ่งที่ปรากฎว่าสอนให้เด็กวาดภาพได้เหมือนจริงมากๆ และรับเด็กที่อายุต่ำสุด 3 ขวบ เท่าที่เห็น  มีการโฆษณากันอย่างคึกโคมว่าถ้าเรียนที่นี่แล้วจะวาดภาพเก่งกว่าที่อื่นๆ ซึ่งเบื้องหลังการสอน ผู้สอนจะให้ความช่วยเหลือเด็กมาก โดยอาจวาดขึ้นโครงให้ การช่วยทำตัวอย่างให้ดูในงานเพียงชิ้นสองชิ้นไม่มีปัญหาเท่าไรนัก แต่ลงท้ายด้วยการตกแต่งผลงานของเด็กนักเรียนให้สวยงามก่อนออกไปโชว์ เพื่อสร้างภาพที่สวยงามให้กับธุรกิจ

มองฉาบฉวยแล้วการทำเช่นนี้ไม่เป็นโทษอะไรเท่าไร แต่ในความเป็นจริงจากประสบการณ์แล้ว การที่เด็กต้องเซ็นชื่อลงบนผลงานที่ไม่ใช่ของตนเองอย่างแท้จริงบ่อยๆบั่นทอนความมั่นใจในตัวเองของเด็ก ยิ่งเมื่อผลงานเหล่านั้นได้รับคำชื่นชมก็ยิ่งตอกย้ำว่าแท้จริงแล้วตัวเค้าคนเดียวไม่สามารถทำได้แน่นอน หากวันใดที่เค้าต้องวาดรูปตามลำพังจะทำให้เกิดความพอใจในผลงานตัวเองได้ยากมาก จนท้ายที่สุดอาจจะต้องเลิกวาดไป  ทำให้ความสุขในการวาดรูปเลือนหายไป

ผลงานที่สวยงามของเด็กๆ ดึงดูดให้ผู้ปกครองส่วนใหญ่ตกเป็นเหยื่อทางการตลาดของสถานที่สอนศิลปะลักษณะนี้  เพราะผู้ปกครองส่วนใหญ่รู้ว่าประโยชน์แท้จริงของศิลปะสำหรับเด็ก ก็เพียงการสร้างอุปนิสัยดีๆไม่กี่อย่างให้ติดตัวเด็กไปตลอดชีวิตเท่านั้น และไม่ทราบว่าผลเสียของการให้ความสำคัญกับผลงานมากเกินไปในศิลปะเด็กจะบั่นทอนความมันใจของเด็กในระยะยาวได้มากมายเพียงไร.

เมื่อคุณพ่อคุณแม่ของเด็กๆรู้ดังนี้แล้ว จึงสามารถเบาใจได้เลยค่ะว่าการเลือกที่เรียนศิลปะสำหรับเด็กๆจะง่ายขึ้นมาก หรืออาจจัดเตรียมอุปกรณ์เครื่องเขียนให้เด็กๆเล่นเองที่บ้านได้ค่ะ.  เพราะผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในการเรียนการสอนศิลปะสำหรับเด็กนั้น ก็คือตัวคุณพ่อคุณแม่เองนี่แหละค่ะ.  อย่าลืมเปิดใจให้กว้างแล้วชื่นชมผลงานของลูกๆอย่างจริงใจนะคะ