ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรอยู่ในประมวลกฎหมายอาญา ภาค 2 ความผิด ลักษณะ 1 นับตั้งแต่มาตรา 117 ถึง มาตรา 135/4 มีจำนวนทั้งสิ้น 32 มาตรา แบ่งออกเป็น 4 หมวด กับ 1 ลักษณะ คือ 5 เรื่อง ดังนี้

  1. ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
  2. ความผิดต่อความมั่นคงภายในของรัฐ
  3. ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักร
  4. ความผิดต่อสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ
  5. ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย

หัวข้อ

  1. ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ นับตั้งแต่มาตรา 107 ถึงมาตรา 112 รวมทั้งสิ้น 6 มาตรา แบ่งออกเป็น 2 เรื่องคือ หนึ่ง ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ และสอง ความผิดต่อพระราชินี รัชทยาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ดังนี้
    1. ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์
      1. ปลงพระชนม์พระมหากษัตริย์ ตามมาตรา 107
      2. ประทุษร้ายต่อพระองค์หรือเสรีภาพ ตามมาตรา 108
      3. หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย ตามมาตรา 112
    2. ความผิดต่อพระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
      1. ปลงพระชนม์พระราชินี รัชทายาท หรือฆ่าผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามมาตรา 109
      2. ประทุษร้ายพระองค์ หรือเสรีภาพ ตามมาตรา 110
      3. หมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย ตามมาตรา 112
  1. ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร นับตั้งแต่มาตรา 113 ถึงมาตรา 118 รวมทั้งสิ้น 6 มาตรา ดังนี้
    1. ความผิดฐานเป็นกบฏ ตามมาตรา 113
    2. ยุยงทหารหรือตำรวจให้หนีราชการ ตามมาตรา 115
    3. กระทำให้ปรากฎแก่ประชาชนเพื่อให้ล่วงละเมิดกฎหมาย ตามมาตรา 116
    4. ยุยงหรือจัดให้เกิดการหยุดงาน ปิดงาน ไม่ยอมค้าขาย ตามมาตรา 117
    5. กระทำต่อธงหรือเครื่องหมายแห่งรัฐ ตามมาตรา 118
  1. ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักร นับตั้งแต่มาตรา 119 ถึงมาตรา 128 รวมทั้งสิ้น 10 มาตรา ดังนี้
    1. กระทำเพื่อให้เอกราชของรัฐเสื่อมไป ตามมาตรา 119
    2. คบคิดกับบุคคลซึ่งกระทำการเพื่อประโยชน์ของรัฐต่างประเทศ ตามมาตรา 120
    3. คนไทยทำการรบต่อประเทศ ตามมาตรา 121
    4. อุปการะแก่การรบของข้าศึก ตามมาตรา 122
    5. กระทำให้ได้มาซึ่งความลับ ตามมาตรา 123
    6. กระทำให้ผู้อื่นล่วงรู้หรือได้ไปซึ่งความลับ ตามมาตรา 124
    7. กระทำแก่เอกสารอันเกี่ยวกับส่วนได้เสียของรัฐ ตามมาตรา 125
    8. กระทำกิจการที่ได้รับมอบหมายโดยทุจริต ตามมาตรา 126
    9. กระทำให้เกิดเหตุร้ายแก่ประเทศจากภายนอก ตามมาตรา 127
    10. ตระเตรียม พยายามกระทำและเป็นผู้สนับสนุน ตามมาตรา 128
  1. ความผิดต่อสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ นับตั้งแต่มาตรา 130 ถึงมาตรา 135 รวมทั้งสิ้น 6 มาตรา แบ่งออกเป็นสามเรื่องคือ หนึ่งประทุษร้าย, สองหมิ่นประมาท, และสามกระทำต่อธง จะกล่าวเรียงตามมาตราดังนี้
    1. ประทุษร้ายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพของประมุขหรือผู้แทนรัฐต่างประเทศ
      1. ทำร้ายร่างกายหรือประทุษร้ายเสรีภาพของประมุขรัฐต่างประเทศ ตามมาตรา 130
      2. ทำร้ายร่างกายหรือประทุษร้ายเสรีภาพของผู้แทนรัฐต่างประเทศ ตามมาตรา 131
      3. ฆ่าหรือพยายามฆ่าบุคคลดังระบุในมาตรา 130 หรือมาตรา 131 ใช้บังคับตามมาตรา 132
    2. หมิ่นประมาท ดูหมิ่นประมุข หรือผู้แทนรัฐต่างประเทศ
      1. หมิ่นประมาท ดูหมิ่นประมุขรัฐต่างประเทศ ตามมาตรา 133
      2. หมิ่นประมาท ดูหมิ่นผู้แทนรัฐต่างประเทศ ตามมาตรา 134
    3. กระทำต่อธงหรือเครื่องหมายแห่งรัฐต่างประเทศ ตามมาตรา 135
  1. ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย นับตั้งแต่มาตรา 135/1 ถึงมาตรา 135/4 รวมทั้งสิ้น 4 มาตรา แบ่งออกเป็น 3 เรื่องคือ หนึ่ง การกระทำอันเป็นการก่อการร้าย, สอง การกระทำที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย, สาม การเป็นสมาชิกคณะบุคคลที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้าย จะกล่าวเรียงตามมาตรา ดังนี้
    1. การกระทำอันเป็นการก่อการร้าย
      1. ความผิดฐานก่อการร้าย ตามมาตรา 135/1
      2. ข้อยกเว้นความรับผิดฐานก่อการร้าย ตามมาตรา135/1
      3. กระทำการสนับนสนุนการก่อการร้าย ตามมาตรา135/3
    2. การกระทำที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย
      1. ความผิดที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย ตามมาตรา 135/2
      2. สนับสนุนความผิดที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย ตามมาตรา135/3
    3. การเป็นสมาชิกคณะบุคคลที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้าย ตามมาตรา 135/4

คำอธิบายเรียงรายมาตรา

มาตรา 107 ปลงพระชนม์

มาตรา 107 วรรคแรก. ปลงพระชนม์(สำเร็จ)

มาตรา ๑๐๗  ผู้ใดปลงพระชนม์พระมหากษัตริย์ ต้องระวางโทษประหารชีวิต

มีองค์ประกอบความผิดดังนี้

  • องค์ประกอบภายนอก
    • ปลงพระชนม์
    • พระมหากษัตริย์
  • องค์ประกอบภายใน
    • เจตนา ตามมาตรา 59
    • ถ้าไม่มีเจตนาอาจผิดฐานฆ่าบุคคลธรรมดาตามมาตรา 288 หรือ มาตรา 289 แล้วแต่กรณี

มาตรา 107 วรรคสอง. (พยายาม)ปลงพระชนม์

ผู้ใดพยายามกระทำการเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน

ปกติถ้าเป็นการพยายามกระทำความผิดกฎหมายจะลดหย่อนโทษให้ ตามมาตรา 80 และ มาตรา 81 แต่มาตรานี้ไม่ลดโทษให้.

มาตรา 107 วรรคท้าย. ตระเตรียมหรือปกปิด

ผู้ใดกระทำการใดอันเป็นการตระเตรียมเพื่อปลงพระชนม์พระมหากษัตริย์ หรือรู้ว่ามีผู้จะปลงพระชนม์พระมหากษัตริย์ กระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิดไว้ ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต

  1. ตระเตรียม
    • ปกติการตระเตรียมยังไม่ถือเป็นความผิด และหากเตรียมจะกระทำแล้วกลับใจก็จะได้ยกเว้นโทษฐานพยายามกระทำความผิดตามมาตรา 82 แต่มาตรานี้ไม่สามารถยกเว้นโทษให้ได้เพราะผิดตั้งแต่ขั้นตระเตรียมแล้ว.
  2. ปกปิด มีองค์ประกอบความผิดดังนี้
    • ปกปิด
    • มีเจตนา
    • รู้ข้อเท็จจริง
    • ก่อนจะมีการปลงพระชนม์

มาตรา 111. สนับสนุน. การกระทำความผิดต่อกษัตริย์

มาตรา ๑๑๑  ผู้ใดเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๐๗ ถึงมาตรา ๑๑๐ ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการในความผิดนั้น

ผู้สนับสนุนโทษเท่าตัวการ


มาตรา 108. ประทุษร้าย(พระมหากษัตริย์)

มาตรา 108 วรรคแรก ประทุษร้าย(สำเร็จ)

มาตรา ๑๐๘  ผู้ใดกระทำการประทุษร้ายต่อพระองค์ หรือเสรีภาพของพระมหากษัตริย์ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต

  • องค์ประกอบความผิด
    • องค์ประกอบภายนอก
      • กระทำการประทุษร้าย ตามมาตรา 1(6)
      • ต่อพระองค์หรือเสรีภาพของพระมหากษัตริย์
        • ต่อพระองค์
        • ต่อเสรีภาพตามมาตรา 309 และมาตรา 310
    • องค์ประกอบภายใน
      • เจตนา

มาตรา 108 วรรคสอง. (พยายาม)ประทุษร้าย

ผู้ใดพยายามกระทำการเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน

การพยายามกระทำความผิดมีโทษเท่าความผิดสำเร็จ ไม่มีการลดโทษให้ตามมาตรา 80 และมาตรา 81

มาตรา 108 วรรคสาม. บทเพิ่มโทษ. ของการพยายามประทุษร้าย

ถ้าการกระทำนั้นมีลักษณะอันน่าจะเป็นอันตรายแก่พระชนม์ ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต

พิจารณาจาก

  • ลักษณะของการกระทำ และ
  • ผลธรรมดาอันน่าจะเกิดขึ้นได้จากการกระทำ

มาตรา 108 วรรคท้าย. ตระเตรียมและปกปิดการประทุษร้าย

ผู้ใดกระทำการใดอันเป็นการตระเตรียมเพื่อประทุษร้ายต่อพระองค์ หรือเสรีภาพของพระมหากษัตริย์ หรือรู้ว่ามีผู้จะกระทำการประทุษร้ายต่อพระองค์ หรือเสรีภาพของพระมหากษัตริย์ กระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิดไว้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบหกปีถึงยี่สิบปี

องค์ประกอบความผิดเช่นเดียวกับมาตรา 107 วรรคท้าย


มาตรา 112. หมิ่นกษัตริย์

มาตรา ๑๑๒  ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี

  • องค์ประกอบความผิด
    • องค์ประกอบภายนอก
      • หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย
        • เหมือนหมิ่นประมาทตามมาตรา 326 แต่จะยกมาตรา 329 มาแก้ตัวไม่ได้
        • ดูหมิ่น
        • การแสดงความอาฆาตมาดร้าย
      • พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
    • องค์ประกอบภายใน
      • เจตนา ตามมาตรา 59 ถ้าไม่มีเจตนาอาจผิดตามมาตรา 392 และมาตรา 397

ฎีกา อุทาหรณ์

  • ฎ. 51/2503 กล่าวถ้อยคำหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ที่ท้องสนามหลวงมีความผิดตามมาตรา 112 ไม่ใช่การติชมตามโดยสุจริตตามมาตรา 329(4)
  • ฎ. 1294/2521 กล่าวถ้อยคำว่า “เฮ้ยเปิดเพลงอะไรโว้ย ฟังไม่รู้เรื่อง” ในขณะเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมี และมิได้ยืนตรงเช่นประชาชนคนอื่น เป็นการดูหมิ่นพระมหากษัตริย์
  • ฎ. 861/2521 เขียนบทความวิพากษ์วิจารณ์ละเมิดต่อพระมหากษัตริย์ ในทำนองว่าพระองค์ประนามกลุ่มนักศึกษาและประชาชน พยายามแบ่งแยกชนชั้น ขยายช่อว่างระหว่างชนชั้นให้กว้างขึ้นและสนับสนุนตำรวจให้ปราบปรามผู้ที่มีความคิดเห็นตรงข้ามเพื่อตัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นการกล่าวร้ายใส่ความ เสียดสี หมิ่นประมาท ดูหมิ่น เหยียดหยาม ต่อพระมหากษัตริย์
  • ฎ. 2354/2531 การพูดเปรียบเทียบในทำนองว่าพระมหากษัตริย์มีความเป็นอยู่สุขสบายโดยไม่ต้องทำการงานในขณะที่ประชาชนต้องอยู่อย่างลำบากนั้น แม้ไม่ได้เอ่ยพระนามออกมาอย่างชัดแจ้งแต่ก็พูดบริบทให้ตีความเข้าใจได้ มีความหมายเรื่องราวเป็นอย่างนั้น ถือว่าเป็นการใส่ความที่ทำให้พระองค์ทรงเสื่อมเสียชื่อเสีย เกียรติยศ ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง จึงถือว่าเป็นความผิดตามมาตรา 112

ตัวอย่าง

ขาวและเหลืองสมคบคิดกันจะลอบปลงพระชนม์พระมหากษัตริย์ จึงไปขอให้ม่วงจัดหาอาวุธให้ ม่วงจึงจัดหาอาวุธปืนไปให้ขาวและเหลืองกระทำการ แต่ขาวและเหลืองถูกตำรวจจับกุมเสียก่อน ขาว เหลือง และม่วงมีความผิดหรือไม่ประการใด

ขาวและเหลืองสมคบกันกระทำผิดและหาอาวุธปืนมาใช้กระทำการ เป็นการกระทำในขั้นตระเตรียมการซึ่งโดยทั่วไปกฎหมายยังไม่ถือว่าเป็นความผิด แต่การตระเตรียมการเพื่อลอบปลงพระชนม์พระมหากษัตริย์ตามมาตรา 107 วรรคท้าย ถือว่าเป็นความผิด ขาวและม่วงจึงมีความผิดฐานตระเตรียมการเพื่อปลงพระชนม์พระมหากษัตริย์

ในกรณีของม่วงเป็นผู้จัดหาอาวุธให้ขาวและเหลือง การกระทำของม่วงจึงเป็นการสนับสนุน ช่วยเหลือขาวและเหลืองผู้กระทำความผิด ม่วงจึงเป็นผู้สนับสนุนการตระเตรียมเพื่อปลงพระชนม์พระมหากษัตริย์ซึ่งตามมาตรา 111 ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการในความผิดนั้น

มาตรา 109. ปลงพระชนม์พระราชินี ฯลฯ

มาตรา 109 วรรคแรก. ปลงพระชนม์(สำเร็จ)

มาตรา ๑๐๙  ผู้ใดปลงพระชนม์พระราชินีหรือรัชทายาท หรือฆ่าผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษประหารชีวิต

มาตรา 109 วรรคสอง. (พยายาม)ปลงพระชนม์

ผู้ใดพยายามกระทำการเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน

มาตรา 109 วรรคท้าย (เตรียม)ปลงพระชนม์

ผู้ใดกระทำการใดอันเป็นการตระเตรียมเพื่อปลงพระชนม์พระราชินีหรือรัชทายาท หรือเพื่อฆ่าผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หรือรู้ว่ามีผู้จะปลงพระชนม์พระราชินีหรือรัชทายาท หรือจะฆ่าผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ กระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิดไว้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบสองปีถึงยี่สิบปี

มาตรา 110. ประทุษร้ายพระราชินี ฯลฯ

มาตรา ๑๑๐  ผู้ใดกระทำการประทุษร้ายต่อพระองค์ หรือเสรีภาพของพระราชินีหรือรัชทายาท หรือต่อร่างกายหรือเสรีภาพของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบหกปีถึงยี่สิบปี

ผู้ใดพยายามกระทำการเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน

ถ้าการกระทำนั้นมีลักษณะอันน่าจะเป็นอันตรายแก่พระชนม์หรือชีวิต ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต

ผู้ใดกระทำการใดอันเป็นการตระเตรียมเพื่อประทุษร้ายต่อพระองค์ หรือเสรีภาพของพระราชินีหรือรัชทายาท หรือต่อร่างกายหรือเสรีภาพของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หรือรู้ว่ามีผู้จะประทุษร้ายต่อพระองค์ หรือเสรีภาพของพระราชินีหรือรัชทายาท หรือประทุษร้ายต่อร่างกายหรือเสรีภาพของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ กระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิดไว้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบสองปีถึงยี่สิบปี

ตัวอย่าง

แดงจะลอบปลงพระชนม์พระราชินี จึงไปขอให้ส้มจัดหาอาวุธให้ ส้มจึงจัดหาอาวุธธปืนไปให้แดง แดงยกปืนขึ้นเล็งขณะขบวนเสด็จผ่านแต่ไม่ทันได้ยิงถูกตำรวจจับกุมเสีย แดงและส้มมีความผิดหรือไม่ประการใด

แดงกระทำผิดในขั้นพยายาม ซึ่งโดยทั่วไปกฎหมายถือว่าเป็นการกระทำความผิดต้องระวางโทษสองในสามของโทษที่กฎหมายกำหนดสำหรับความผิดนั้นๆ แต่การพยายามปลงพระชนม์พระราชินีตามมาตรา 109 วรรคสอง ถือว่าเป็นความผิด และรับโทษเท่ากับกระทำความผิดสำเร็จ แดงจึงมีความผิดฐานพยายามปลงพระชนม์พระราชินี

ในกรณีของส้มเป็นผู้จัดหาอาวุธให้แดง การกระทำของส้มจึงเป็นการสนับสนุน ช่วยเหลือแดงผู้กระทำความผิด ส้มจึงเป็นสนับสนุนในความผิดฐานพยายามปลงพระชนม์พระราชินี ซึ่งตามมาตรา 111 ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการในความผิดนั้น

มาตรา 113. กบฏ

มาตรา ๑๑๓  ผู้ใดใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อ

(๑) ล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ

(๒) ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร หรืออำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญ หรือให้ใช้อำนาจดังกล่าวแล้วไม่ได้ หรือ

(๓) แบ่งแยกราชอาณาจักรหรือยึดอำนาจปกครองในส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งราชอาณาจักร

ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นกบฏ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต

ฎีกา อุทาหรณ์

ฎ. 1512 – 1515/2497 ตัวอย่างการล้มล้างรัฐธรรมนูญ

ฎ. 1874/2492 ตัวอย่างการยุยงกองทหารในต่างจังหวัดให้ก่อการกำเริบไม่ปฏิบัติหน้าที่

ฎ. 1153 – 1154/2495

ฎ. 1874/2492

ฎ. 2857/2530

มาตรา ๑๑๔  ผู้ใดสะสมกำลังพลหรืออาวุธ ตระเตรียมการอื่นใด หรือสมคบกันเพื่อเป็นกบฏ หรือกระทำความผิดใด ๆ อันเป็นส่วนของแผนการเพื่อเป็นกบฏ หรือยุยงราษฎรให้เป็นกบฏ หรือรู้ว่ามีผู้จะเป็นกบฏ แล้วกระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิดไว้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี

ตัวอย่าง

ให้วินิจฉัยว่า กรณีต่อไปนี้ผู้กระทำความผิดมีความผิดฐานเป็นกบฏหรือไม่ เพราะเหตุใด

เก่งกับพวกลักพาตัวนายกรัฐมนตรีไปควบคุมไว้ และขู่ให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง

นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล ถ้านายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง รัฐบาลชุดนั้นย่อมสิ้นสุดลง ฉะนั้น การขู่ให้นายกรัฐมนตรีลาออก จึงเป็นการกระทำที่มุ่งหมายจะล้มล้างรัฐบาลย่อมผิดฐานเป็นกบฏ

เก่งกับพวกถืออาวุธสงครามครบมือบุกเข้าไปในสภานิติบัญญัติ ขณะสมาชิกสภากำลังประชุมพิจารณาร่างกฎหมาย บังคับให้สมาชิกเลิกประชุม แล้วคุมตัวไว้

สภานิติบัญญัติเป็นผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ การบังคับให้สมาชิกนิติบัญญัติเลิกประชุมเป็นการกระทำที่ทำให้สภานิติบัญญัติไม่อาจใช้อำนาจได้ ผู้กระทำผิดฐานเป็นกบฏ

เก่งกับพวกบังคับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ยุบสภาจังหวัดและให้มีการเลือกตั้งใหม่

สภาจังหวัดมิใช่ผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ การขู่บังคับให้ยุบสภาจังหวัด จึงมิใช่เป็นการกระทำที่มุ่งล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ ไม่ผิดฐานเป็นกบฏ

เก่งยกพวกเข้าปิดล้อมศาลจังหวัดน่าน บังคับมิให้ศาลดำเนินการพิจารณาพิพากษาคดี และกักตัวผู้พิพากษาทุกคนไว้

ศาลจังหวัดเป็นเพียงหน่วยงานหนึ่งของอำนาจตุลาการ การบังคับมิให้ศาลจังหวัดน่านพิจารณาพิพากษาคดี มิใช่เป็นการล้มล้างหรือทำให้ใช้อำนาจตุลาการไม่ได้ เพราะเป็นการกระทำต่อศาลใดศาลหนึ่งโดยเฉพาะ ไม่ผิดฐานเป็นกบฏ

มาตรา 115. ยุยงทหาร, ตำรวจ

มาตรา ๑๑๕  ผู้ใดยุยงทหารหรือตำรวจให้หนีราชการ ให้ละเลยไม่กระทำการตามหน้าที่ หรือให้ก่อการกำเริบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี

ถ้าความผิดนั้นได้กระทำลงโดยมุ่งหมายจะบ่อนให้วินัยและสมรรถภาพของกรมกองทหารหรือตำรวจเสื่อมทรามลง ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี

ตัวอย่าง

ฟ้าเป็นพลตำรวจ ชักชวนตำรวจด้วยกันทำการเรียกร้องเป็นหนังสือต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้จัดสวัสดิการที่อยู่อาศัยให้ เมื่อถูกปฏิเสธ ฟ้าชักชวนให้พลตำรวจหยุดปฏิบัติงานตามหน้าที่ จงวินิจฉัยการกระทำของฟ้า ว่าจะมีความผิดหรือไม่

การที่ฟ้าชักชวนพลตำรวจทำหนังสือเรียกร้องด้านสวัสดิการนั้น ฟ้าไม่มีความผิดทางอาญา เพราะเป็นการกระทำไปโดยสงบ มิใช่ยุให้พลตำรวจกำเริบ แต่เมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติปฏิเสธแล้ว ฟ้ากลับชักชวนพลตำรวจให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ฟ้าย่อมมีความผิดฐานยุให้ตำรวจไม่กระทำตามหน้าที่

มาตรา 116. ยุยงประชาชน

มาตรา ๑๑๖  ผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต

(๑) เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้าย

(๒) เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ

(๓) เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี

ฎ. 97/2478

ฎ. 2034 – 2041/2527

ฎ. 586/2462

ฎ. 612/2475

ฎ. 456/2478

ฎ. 631/2491

ฎ. 970/2505

ตัวอย่าง

แดงทำใบปลิวซึ่งมีข้อความส่งเสริมสนับสนุนลัทธิคอมมิวนิสต์ว่า เป็นลิทธิการปกครองที่ถูกต้องยุติธรรมและวิจารณ์รัฐบาลว่าใช้กฎหมายบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินไปในทางกดขี่ข่มเหงประชาชนผู้บริสุทธิ์ และเรียกร้องให้ประชาชนใช้กำลังบีบบังคับรัฐบาลให้ยกเลิกกฎหมายดังกล่าว แล้วแดงนำใบปลิวนั้นแจกจ่ายแก่ประชาชนทั่วไป การกระทำของแดงเป็นความผิดหรือไม่

การกระทำของแดงเป็นการกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยหนังสือ โดยมุ่งหมายจะให้มีการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายของแผ่นดิน เนื่องจากเรียกร้องให้ประชาชนใช้กำลังบีบบังคับให้รัฐบาลยกเลิกกฎหมายจึงเป็นความผิดตามมาตรา 116

มาตรา 117. ยุยงพ่อค้า

มาตรา ๑๑๗  ผู้ใดยุยงหรือจัดให้เกิดการร่วมกันหยุดงาน การร่วมกันปิดงานงดจ้าง หรือการร่วมกันไม่ยอมค้าขาย หรือติดต่อทางธุรกิจกับบุคคลใด ๆ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดิน เพื่อบังคับรัฐบาลหรือเพื่อข่มขู่ประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ฎ. 141/2484

ผู้ใดทราบความมุ่งหมายดังกล่าวและเข้ามีส่วนหรือเข้าช่วยในการร่วมกันหยุดงาน การร่วมกันปิดงานงดจ้างหรือการร่วมกันไม่ยอมค้าขายหรือติดต่อทางธุรกิจกับบุคคลใด ๆ นั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 117 วรรคท้าย ทำให้หวาดกลัว

ผู้ใดทราบความมุ่งหมายดังกล่าว และใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือทำให้หวาดกลัวด้วยประการใด ๆ เพื่อให้บุคคลเข้ามีส่วนหรือเข้าช่วยในการร่วมกันหยุดงาน การร่วมกันปิดงานงดจ้างหรือการร่วมกันไม่ยอมค้าขายหรือติดต่อทางธุรกิจกับบุคคลใด ๆ นั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ตัวอย่าง

สหภาพแรงงานกรรมกรโรงงานทอผ้าไม่พอใจรัฐบาลที่อนุญาตให้มีการสั่งผ้าจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายได้อย่างเสรี เพราะทำให้โรงงานทอผ้าหลายแห่งต้องเลิกกิจการไป สหภาพฯจึงให้กรรมกรชุมนุมประท้วงรัฐบาล ให้รัฐบาลยกเลิกการอนุญาตสั่งผ้าเข้ามาจากต่างประเทศ แต่กรรมกรในโรงงานทอผ้าของขาวไม่ยอมหยุดงานไปชุมนนุมประท้วงด้วย ขาวจึงขู่ว่าจะเลิกจ้างผู้ที่ไม่ไปร่วมประท้วงในครั้งนี้ ขาวมีความผิดหรือไม่

การชุมนุมประท้วงของสหภาพฯ มีความมุ่งหมายในอันที่จะบีบบังคับรัฐบาลให้ยกเลิกคำสั่งอนุญาตให้สั่งผ้าจากต่างประเทศ ขาวย่อมทราบถึงความมุ่งหมายของสหภาพฯ การที่ขาวขู่จะเลิกจ้างกรรมกรในโรงงานของตนที่ไม่ยอมหยุดงานไปประท้วงร่วมกับสหภาพฯ เป็นการทำให้กรรมกรหวาดกลัว โดยมุ่งจะให้กรรมกรเข้าร่วมในการหยุดงานประท้วงด้วย ขาวผิดตามมาตรา 117 วรรคท้าย

มาตรา 118 เหยียดหยามชาติ

มาตรา ๑๑๘  ผู้ใดกระทำการใด ๆ ต่อธงหรือเครื่องหมายอื่นใดอันมีความหมายถึงรัฐ เพื่อเหยียดหยามประเทศชาติ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ฎ. 588/2509

ฎ. 5199/2533

ตัวอย่าง

ดำเข้าไปปัสสาวะในที่มืด โดยไม่ทราบว่าที่ตรงนั้นมีธงไตรรงค์เก็บอยู่ ดำจึงปัสสาวะรดธงโตรรงค์ พอดียามรักษาการณ์มาพบเข้าจึงจับกุมดำส่งตำรวจ ดำจะมีความผิดหรือไม่

ไม่ผิด เพราะดำไม่รู้ว่าตัวเองปัสสาวะรดธงไตรรงค์ จึงขาดเจตนาในการกระทำความผิด


มาตรา 119. ทำให้เสียเอกราช

มาตรา ๑๑๙  ผู้ใดกระทำการใด ๆ เพื่อให้ราชอาณาจักรหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของราชอาณาจักรตกไปอยู่ใต้อำนาจอธิปไตยของรัฐต่างประเทศ หรือเพื่อให้เอกราชของรัฐเสื่อมเสียไป ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต

ตัวอย่าง

แดงทำหนังสือชักชวนประชาชนในจังหวัดปัตตานีให้ร่วมกันแสดงประชามติแยกจังหวัดปัตตานีไปรวมกับประเทศมาเลเซีย แดงมีความผิดตามมาตรานี้

ตัวอย่าง

รัฐบาลไทยยอมรับความช่วยเหลือทางทหารจากต่างประเทศ และยินยอมให้ประเทศดังกล่าวตั้งฐานทัพในประเทศไทยได้ โดยตกลงว่า ถ้าทหารของประเทศนั้นกระทำความผิดใดๆ ในประเทศไทยก็ไม่ต้องขึ้นศาลไทยให้วินิจฉัยว่า คณะรัฐมนตรีต้องรับผิดทางอาญาในการกระทำนี้หรือไม่

การกระทำในกรณีนี้เป็นการกระทำของรัฐ มิใช่ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เป็นเรื่องที่รัฐยินยอมรับความช่วยเหลือและยอมรับข้อผูกพันโดยสมัครใจเอง แม้ข้อผูกพันนั้นจะทำให้ศาลไทยไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่ทหารต่างชาติกระทำผิดก็ตาม แต่เมื่อรัฐยินยอมเช่นนั้น ไม่ถือว่าเป็นการทำให้เอกราชของรัฐเสื่อมเสียไป คณะรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้บริหารประเทศไม่มีความผิดทางอาญาแต่ประการใด

มาตรา 120. ทำเพื่อรัฐต่างประเทศ

มาตรา ๑๒๐  ผู้ใดคบคิดกับบุคคลซึ่งกระทำการเพื่อประโยชน์ของรัฐต่างประเทศ ด้วยความประสงค์ที่จะก่อให้เกิดการดำเนินการรบต่อรัฐ หรือในทางอื่นที่เป็นปรปักษ์ต่อรัฐ ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี

ตัวอย่าง

ในระหว่างประเทศไทยเจรจาเสนอขายข้าวแก่ต่างประเทศ แดงคบคิดกับทูตพาณิชย์ของประเทศซึ่งขายข้าวแข่งกับประเทศไทย แดงบอกให้ทูตพาณิชย์นั้นทราบราคาต่ำสุดที่รัฐบาลไทยเสนอขายข้าวแก่ต่างประเทศ เพื่อให้ทูตพาณิชย์ของประเทศนั้นรีบแจ้งรัฐบาลของตนเองทราบ จะได้เสนอขายข้าวในราคาต่ำกว่าประเทศไทย แดงมีความผิดตามมาตรานี้

ตัวอย่าง

หว่าเป็นคนญวนอพยพอยู่ที่จังหวัดสกลนคร ปรึกษาหารือกับเจ้าหน้าที่สถานทูตของตนเรื่องไทยจะส่งคนญวนอพยพกลับประเทศเวียดนาม โดยเสนอความเห็นว่า เวียดนามควรต่อต้านการกระทำของไทย อย่ายอมรับพวกตนกลับประเทศ หว่าจะมีความผิดหรือไม่

การที่หว่าปรึกษาหารือกับเจ้าหน้าที่สถานทูตเวียดนามให้ต่อต้านการที่ไทยจะส่งคนญวนกลับประเทศนั้นเป็นการการทำที่มุ่งจะให้เกิดการดำเนินการอันเป็นปรปักษ์ต่อประเทศไทย แม้หว่าจะเป็นคนญวน หว่าก็มีความผิดตามมาตรา 120 เพราะผู้ที่หว่าปรึกษาหารือนั้นคือเจ้าหน้าที่ทูตเวียดนาม ซึ่งเป็นผู้ที่ต้องกระทำการเพื่อประโยชน์แก่ประเทศเวียดนามอยู่แล้ว

มาตรา 121. รบต่อประเทศ

มาตรา ๑๒๑  คนไทยคนใดกระทำการรบต่อประเทศหรือเข้าร่วมเป็นข้าศึกของประเทศ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต

ตัวอย่าง

แดงเป็นคนไทยเข้าร่วมกับกองทัพประเทศหนึ่ง ซึ่งทำการรบกับทหารไทย ในกรณีขัดแย้งเรื่องดินแดนทับซ้อน เช่นนี้ แดงมีความผิดตามมาตรา 121

ตัวอย่าง

กบเกิดที่จังหวัดอุบลราชธานี บิดามารดาของกบเป็นชาวเวียดนามซึ่งอพยพมาตั้งหลักแหล่งอยู่ในประเทศไทย กบได้เข้าร่วมกับกองกำลังทหารต่างชาติที่ตั้งประชิดชายแดนไทยด้านตะวันออก แต่ไม่มีการสู้รบกับฝ่ายไทยแต่อย่างใด และประเทศที่กบเข้าร่วมนั้นก็ไม่มีสงครามกับไทย วันหนึ่งกบนำนายทหารกลุ่มหนึ่งรุกล้ำเข้ามาในดินแดนไทย และเกิดปะทะกับกองกำลังตำรวจตระเวนชายแดนของไทย ซึ่งพยายามผลักดันกองกำลังดังกล่าวออกจากเขตไทย กบถูกจับเป็นเชลย กบจะมีความผิดฐานทำการรบต่อประเทศหรือไม่

แม้กบจะเป็นคนไทย เพราะมีสัญชาติไทยเนื่องจากเกิดในประเทศไทย แต่ขณะที่กบปะทะกับตำรวจตระเวนชายแดนนั้นประเทศไทยมิได้ทำการสู้รบกับประเทศใด จึงไม่ถือว่ากบได้ทำการสู้รบกับประเทศไทย กบไม่ผิดฐานทำการรบต่อประเทศแต่อาจมีความผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่ ตามมาตรา 288 ประกอบมาตรา 289 (2)

มาตรา 122. อุปการะข้าศึก

มาตรา ๑๒๒  ผู้ใดกระทำการใด ๆ เพื่ออุปการะแก่การดำเนินการรบหรือการตระเตรียมการรบของข้าศึก ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบห้าปี

ถ้าการอุปการะนั้นเป็นการ

(๑) ทำให้ป้อม ค่าย สนามบิน ยานรบ ยานพาหนะ ทางคมนาคม สิ่งที่ใช้ในการสื่อสาร ยุทธภัณฑ์ เสบียงอาหาร อู่เรือ อาคาร หรือสิ่งอื่นใดสำหรับใช้เพื่อการสงครามใช้การไม่ได้หรือตกไปอยู่ในเงื้อมมือของข้าศึก

(๒) ยุยงทหารให้ละเลยไม่กระทำการตามหน้าที่ ก่อการกำเริบ หนีราชการหรือละเมิดวินัย

(๓) กระทำจารกรรม นำหรือแนะทางให้ข้าศึก หรือ

(๔) กระทำโดยประการอื่นใดให้ข้าศึกได้เปรียบในการรบ

ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต

ตัวอย่าง

  • คดี Iva Ikuko V. United states
  • ในขณะไทยกำลังสู้รบกับประเทศหนึ่ง แดงส่งข้าวสารให้เพื่อเป็นเสบียงอาหารแก่กองทัพของประเทศที่ไทยกำลังสู้รบด้วยนั้น เช่นนี้ แดงมีความผิดตามมาตรานี้

ตัวอย่าง

แดงเป็นคนไทย ทำหน้าที่เป็นโฆษกให้แก่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย แดงอ่านบทความทางวิทยุกระจายเสียงโจมตีรัฐบาลไทยไปในทางเสียหายเป็นประจำ ต่อมาแดงถูกจับกุมตัว และถูกฟ้องในข้อหากระทำการเพื่ออุปการะแก่การรบหรือตระเตรียมการรบของข้าศึกตามมาตรา 122 แดงฝิดตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่

แม้พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยจะทำการต่อสู้กับรัฐบาลไทยด้วยกำลังอาวุธก็ตาม แต่พรรคคอมมิวนิสต์มิได้เป็นประเทศคู่สงครามกับประเทศไทย จึงมิใช่ข้าศึกของประเทศไทย การกระทำของแดงแม้จะเป็นการอุปการะในการรบ แต่มิใช่อุปการะแก่ข้าศึกของประเทศ แดงไม่ผิดตามมาตรา 122

มาตรา 123. ล้วงความลับ

มาตรา ๑๒๓  ผู้ใดกระทำการใด ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อความเอกสารหรือสิ่งใด ๆ อันปกปิดไว้เป็นความลับสำหรับความปลอดภัยของประเทศ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี

ตัวอย่าง

จอห์นเป็นนักหนังสือพิมพ์ชาวอเมริกันเดินทางมาทำข่าวในประเทศไทย จอห์นอยากทราบแผนป้องกันประเทศด้านตะวันออกของไทยในกรณีที่มีข้าศึกรุกราน เพื่อนำไปเขียนบทความในหนังสือพิมพ์ จอห์นจึงติดต่อขอซื้อและเสนอเงินแลกกับสำเนาของแผนนั้นจากข้าราชการผู้หนึ่งแต่ถูกปฏิเสธ จอห์นมีความผิดหรือไม่

แผนการป้องกันประเทศนั้นย่อมเป็นเอกสารที่ต้องปกปิดเป็นความลับเฉพาะเกี่ยวกับความปลอดภัยของประเทศ การที่จอห์นเสนอเงินติดสินบนข้าราชการให้เอาแผนนั้นมาให้ เป็นการกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งเอกสารอันปกปิดไว้เป็นความลับสำหรับความปลอดภัยของประเทศตามมาตรา 123 แม้จอห์นจะมิใช่คนไทย และการทำเพียงแต่พูดขอซื้อยังไม่ได้สิ่งที่ต้องการมาก็ตาม จอห์นก็มีความผิดตามมาตรานี้แล้ว เพราะมาตรานี้ผู้กระทำจะเป็นใครก็ได้ และจะได้มาซึ่งความลับนั้นหรือไม่ ก็ไม่สำคัญ

มาตรา 124 ให้ความลับ

มาตรา ๑๒๔  ผู้ใดกระทำการใด ๆ เพื่อให้ผู้อื่นล่วงรู้ หรือได้ไปซึ่งข้อความ เอกสารหรือสิ่งใด ๆ อันปกปิดไว้เป็นความลับสำหรับความปลอดภัยของประเทศ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี

ถ้าความผิดนั้นได้กระทำในระหว่างประเทศอยู่ในการรบหรือการสงคราม ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบห้าปี

ถ้าความผิดดังกล่าวมาในสองวรรคก่อน ได้กระทำเพื่อให้รัฐต่างประเทศได้ประโยชน์ ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต

ตัวอย่าง

ร้อยเอกขาวไม่เห็นด้วยกับแนวความคิดของกองทัพภาคที่ 4 ที่ใช้กำลังทหารเข้าปราบปรามผู้ก่อการร้าย ร้อยเอกขาวจึงเอาแผนปฏิบัติการยุทธโจมตีค่ายใหญ่ของผู้ก่อการร้ายม้วนส่งทางไปรษณีย์ไปยังหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งดังนี้ ให้วินิจฉัยการกระทำของร้อยเอกขาวในกรณีนี้ว่าต้องรับผิดทางอาญาหรือไม่

แผนปฏิบัติการยุทธของกองทัพภาคที่ 4 ย่อมเป็นเอกสารลับอันเกี่ยวกับความปลอดภัยของประเทศ การที่ ร้อยเอกขาวส่งแผนนั้นไปยังหนังสือพิมพ์ จึงเป็นการกระทำเพื่อให้ผู้อื่นรู้ความลับ แม้ยังไม่มีผู้ใดได้รู้ถึงแผนนั้น ร้อยเอกขาวก็ผิดตามมาตรา 124

มาตรา 125. ทำลายเอกสาร

มาตรา ๑๒๕  ผู้ใดปลอม ทำเทียมขึ้น กักไว้ ซ่อนเร้น ปิดบัง ยักย้าย ทำให้เสียหาย ทำลาย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งเอกสารหรือแบบใด ๆ อันเกี่ยวกับส่วนได้เสียของรัฐในการระหว่างประเทศ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี

ตัวอย่าง

เขียวไม่พอใจการดำเนินนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลไทย ที่นำประเทศไทยไปผูกพันกับสหรัฐอเมริกามากเกินไป จึงเขียนบทความลงหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งวิจารณ์การดำเนินนโยบายต่างประเทศของรัฐบาล และตอนหนึ่งของบทความกล่าวว่า รัฐบาลไทยและรัฐบาลอเมริกาได้ตกลงให้สหรัฐอเมริกามาตั้งฐานทัพที่อูตะเภาได้อีก โดยอ้างว่าข้อมูลนี้ได้มาจากเอกสารของกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศจึงแจ้งความต่อตำรวจให้ดำเนินคดีกับเขียวในข้อหาปลอมเอกสารอันเกี่ยวกับส่วนได้เสียของรัฐในการระหว่างประเทศให้วินิจฉัยความรับผิดของเขียว

เอกสารที่เขียวทำขึ้น คือ บทความที่เขียนไปลงหนังสือพิมพ์เป็นบทความที่เขียวเขียนขึ้นเอง เป็นบทความของเขียว มิได้ทำให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารของผู้อื่น จึงมิใช่การปลอมเอกสาร ส่วนที่อ้างว่าเอาข้อมูลมาจากเอกสารของกระทรวงการต่างประเทศ ก็มิใช่การทำปลอมเอกสารขึ้น อาจจะเป็นเพียงการเขียนเพื่อให้อ่านดูแล้วน่าเชื่อถือเท่านั้น เขียวไม่มีความผิดตามมาตรา 125

มาตรา 126. ทุจริต

มาตรา ๑๒๖  ผู้ใดได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้กระทำกิจการของรัฐกับรัฐบาลต่างประเทศ ถ้าและโดยทุจริตไม่ปฏิบัติการตามที่ได้รับมอบหมายต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี

“โดยทุจริต” เป็นองค์ประกอบภายในประกอบเจตนาตามมาตรา 59. มูลเหตุชักจูงใจโดยทุจริตตามมาตรา 1(1) กล่าวคือ เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น หากได้กระทำไปโดยปราศจากมูลเหตุชักจูงใจเช่นนั้นก็ไม่ผิด

(๑) “โดยทุจริต” หมายความว่า เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น

ตัวอย่าง

รัฐบาลไทยมอบหมายให้เก่งซึ่งเป็นนายธนาคาร ไปติดต่อทำสัญญากู้ยืมเงินจากรัฐบาลเยอรมนีเพื่อนำมาลงทุนสร้างโรงกลั่นน้ำมันของรัฐ เก่งไปทำสัญญากู้ยืมเงินโดยเสียดอกเบี้ยในอัตราสูงกว่าที่รัฐบาลไทยมอบหมาย ทั้งๆที่รัฐบาลเยอรมนีได้ยินยอมให้ธนาคารเก่งกู้ยืมเงินมาดำเนินการในอัตราดอกเบี้ยต่ำ เก่งผิดตามมาตรานี้

ตัวอย่าง

ม่วงเป็นข้าราชการในกระทรวงพาณิชย์ รัฐบาลว่าให้ไปเจรจาขายน้ำตาลทรายให้แก่รัฐบาลไนจีเรียในราคาตันละ 500 ดอลลาร์ขณะเดียวกันประเทศผู้ผลิตน้ำตาลทรายอื่นได้ส่งตัวแทนไปเจรจาขายนำ้ตาลทรายให้แก่ไนจีเรียเหมือนกัน จึงต้องมีการแข่งขันในการเสนอขายนำ้ตาลทรายแก่ไนจีเรีย ม่วงตัดสินใจเสนอขายในราคาตันละ 450 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนประเทศอื่นๆเสนอขายในราคาตันละกว่า 500 ดอลลาร์สหรัฐทั้งสิ้นไนจีเรียจึงตกลงซื้อน้ำตาลทรายของไทยซึ่งความจริงหากม่วงเสนอขายในราคาที่รัฐบาลกำหนดให้ไปไนจีเรียก็คงจะซื้อเพราะเป็นราคาต่ำสุด ม่วงจึงถูกกล่าวหาว่าไม่ปฎิบัติการตามที่ได้รับมอบหมายโดยทุจริตอันเป็นความผิดตามมาตรา 126 ม่วงจะมีความผิดหรือไม่

ไม่ผิด เพราะม่วงมิได้กระทำโดยทุจริต การที่เมืองเสนอขายน้ำตาลทรายแก่รัฐบาลไนจีเรียในราคาตันละ 450 ดอลลาร์สหรัฐฯ แม้จะปฏิบัติไม่ตรงตามที่รัฐบาลกำหนด ซึ่งก็เป็นการไม่ปฏิบัติการณ์ตามที่ได้รับมอบหมายอย่างหนึ่งเหมือนกัน แต่ม่วงกระทำไปโดยสุจริตเพื่อให้สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้

มาตรา 127. ทำร้ายประเทศ

มาตรา ๑๒๗  ผู้ใดกระทำการใด ๆ เพื่อให้เกิดเหตุร้ายแก่ประเทศจากภายนอก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี

ถ้าเหตุร้ายเกิดขึ้น ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สองปีถึงยี่สิบปี

ตัวอย่าง

นกประสงค์จะให้ธนาคารโลกระงับการให้กู้ยืมเงินแก่รัฐบาลไทยนำมาพัฒนาแหล่งน้ำในภาคอีสาน จึงเขียนจดหมายถึงประธานกรรมการธนาคารโลกอ้างว่า โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเป็นโครงการที่ไม่เหมาะสมและมีความเสี่ยงสูงมากเพราะเวียดนามอาจจะบุกประเทศไทยเมื่อไหร่ก็ได้ ธนาคารโลกจึงควรระงับการให้เงินกู้สำหรับโครงการดังกล่าวเสีย นกจะมีความผิดหรือไม่

นกกระทำโดยมุ่งจะให้ธนาคารโลกระงับการให้กู้ยืมเงินแก่ประเทศไทย การที่ธนาคารโลกระงับการให้กู้ยืมเงินย่อมทำให้เกิดเหตุร้ายในทางเศรษฐกิจของประเทศขึ้นได้ และเหตุร้ายนี้มาจากภายนอกประเทศ นกมีความผิดตามมาตรา 127

มาตรา 128. ตระเตรียม พยายามกระทำและเป็นผู้สนับสนุน

มาตรา ๑๒๘  ผู้ใดตระเตรียมการ หรือพยายามกระทำความผิดใด ๆ ในหมวดนี้ ต้องระวางโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น

มาตรา ๑๒๙  ผู้ใดเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดใด ๆ ในหมวดนี้ ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการในความผิดนั้น

ตัวอย่าง

แดงต้องการได้แผนป้องกันประเทศของกองทัพไทย เพื่อนำไปขายแก่นักข่าวต่างประเทศ แดงจึงไปขอยืมกล้องถ่ายรูปจากนั้นโดยบอกความประสงค์ให้ดำรู้ว่าจะนำไปใช้ถ่ายภาพแผนป้องกันประเทศของกองทัพไทยและบอกว่าเมื่องานเสร็จแล้วก็จะเอากล้องมาคืนและแบ่งรายได้ให้ด้วย ดำจึงให้แดงยืมกล้องถ่ายรูป แดงกับดำมีความผิดอย่างไรบ้าง

การกระทำของแดงที่ไปยืมกล้องถ่ายรูปของดำมา ถือว่าเป็นการตะเตรียมกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งความลับอันปกปิดไว้สำหรับความปลอดภัยของประเทศ การตระเตรียมในกรณีนี้ถือเป็นการกระทำที่ร้ายแรงเพราะเกี่ยวกับความปลอดภัยของรัฐเอง กฏหมายจึงลงโทษผู้กระทำเท่าความผิดสำเร็จ ตามมาตรา 128

สำหรับดำที่ให้แดงยืมกล้องถ่ายรูปเพื่อไปถ่ายเอกสารรับดังกล่าวถือว่าเป็นการช่วยเหลือในการกระทำความผิดของแดง ดำจึงเป็นผู้สนับสนุน ซึ่งการสนับสนุนในกรณีนี้กฎหมายลงโทษเท่ากับตัวการตามมาตรา 129


มาตรา 130. ประทุษร้ายประมุขรัฐต่างประเทศ

มาตรา ๑๓๐  ผู้ใดทำร้ายร่างกายหรือประทุษร้ายต่อเสรีภาพของราชาธิบดี ราชินี ราชสามี รัชทายาทหรือประมุขแห่งรัฐต่างประเทศ ซึ่งมีสัมพันธไมตรี ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบห้าปี

ผู้ใดพยายามกระทำการเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน

มาตรา 131. ประทุษร้ายผู้แทนรัฐต่างประเทศ

มาตรา ๑๓๑  ผู้ใดทำร้ายร่างกายหรือประทุษร้ายต่อเสรีภาพของผู้แทนรัฐต่างประเทศ ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้มาสู่พระราชสำนัก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี

ผู้ใดพยายามกระทำการเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน

มาตรา 132. ฆ่าหรือพยายามฆ่า

มาตรา ๑๓๒  ผู้ใดฆ่าหรือพยายามฆ่าบุคคลหนึ่งบุคคลใดดังระบุไว้ในมาตรา ๑๓๐ หรือมาตรา ๑๓๑ ต้องระวางโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต

ตัวอย่าง

แดงคิดจะลอบสังหารผู้นำของประเทศใดประเทศหนึ่ง เพื่อให้ตนเองมีชื่อตกเป็นข่าวไปทั่วโลก แดงทราบว่าประธานาธิบดีประเทศสิงคโปร์เดินทางมาพักผ่อนในประเทศไทย และพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง แดงจึงเอาปืนพกเหน็บไว้ที่เอว แล้วไปที่โรงแรมแห่งนั้น เพื่อหาโอกาสยิ่งประธานาธิบดีประเทศสิงคโปร์ แต่แดงมีพิรุธทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสงสัย จึงจับและค้นตัวแดงพบอาวุธปืนดังกล่าว แดงมีความผิดหรือไม่

การกระทำของแดงยังอยู่ในขั้นตระเตรียมเท่านั้น แดงยังไม่ได้ลงมือกระทำแต่อย่างใด การตระเตรียมสังหารประมุขแห่งรัฐต่างประเทศกฎหมายไม่ได้บัญญัติว่าเป็นความผิด ฉะนั้น แดงจึงยังไม่มีความผิดต่อสัมพันธ์ทำไมตรีกับต่างประเทศ แต่อาจมีความผิดฐานพาอาวุธไปในเมืองโดยไม่มีเหตุอันสมควรตาม ปอ. มาตรา 371 และอาจมีความผิดตาม พรบ. อาวุธปืนฯ

มาตรา 133 (หมิ่นประมุขฯ หรือผู้แทนรัฐต่างประเทศ)

มาตรา ๑๓๓  ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายราชาธิบดี ราชินี ราชสามี รัชทายาท หรือประมุขแห่งรัฐต่างประเทศ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หมิ่นประมาท ดูหมิ่นผู้แทนรัฐต่างประเทศ มาตรา 134 (หมิ่นผู้แทนฯ)

มาตรา ๑๓๔  ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายผู้แทนรัฐต่างประเทศซึ่งได้รับแต่งตั้งให้มาสู่พระราชสำนัก ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ตัวอย่าง

ศรีเขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลประเทศหนึ่งและตอนหนึ่งกล่าวว่า สม อุปทูตต่างประเทศของประเทศนั้นซึ่งประจำประเทศไทยเป็นกุ๊ย จงวินิจฉัยการกระทำของศรี

การกล่าวว่าบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นกุ๊ยย่อมเป็นการดูถูกเหยียดหยามผู้นั้นจึงเป็นการดูหมิ่นผู้อื่น สม เป็นอุปทูตต่างประเทศซึ่งประจำประเทศไทย สม จึงเป็นผู้แทนรัฐต่างประเทศที่ได้รับแต่งตั้งให้มาสู่พระราชสำนักการกระทำของศรีจึงผิดฐานดูหมิ่นผู้แทนรัฐต่างประเทศตามมาตรา 134

มาตรา 135. เหยียดหยามรัฐต่างประเทศ

มาตรา ๑๓๕  ผู้ใดกระทำการใด ๆ ต่อธงหรือเครื่องหมายอื่นใด อันมีความหมายถึงรัฐต่างประเทศซึ่งมีสัมพันธไมตรี เพื่อเหยียดหยามรัฐนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ตัวอย่าง

ศรชอบธงชาติของอังกฤษเพราะรู้สึกว่าสีสันสวยงามจึงจ้างช่างให้ทำธงชาติอังกฤษพื้นหนึ่งแล้วศรนำธงชาตินั้นไปขึงไว้ในห้องน้ำเป็นเครื่องประดับศรจะมีความผิดหรือไม่

การที่ศรเอาธงชาติอังกฤษไปถึงในห้องน้ำ แต่ศรก็ทำด้วยมุ่งหมายให้เป็นเครื่องประดับเพราะศรชอบสีสันของธงมิได้มีความมุ่งหมายเหยียดหยามประเทศอังกฤษ ศรไม่มีความผิด

มาตรา 135/1. ก่อการร้าย

มาตรา ๑๓๕/๑  ผู้ใดกระทำการอันเป็นความผิดอาญาดังต่อไปนี้

(๑) ใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการใดอันก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต หรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อร่างกาย หรือเสรีภาพของบุคคลใด ๆ

(๒) กระทำการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ระบบการขนส่งสาธารณะ ระบบโทรคมนาคม หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ

(๓) กระทำการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของรัฐหนึ่งรัฐใด หรือของบุคคลใด หรือต่อสิ่งแวดล้อม อันก่อให้เกิดหรือน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างสำคัญ

ถ้าการกระทำนั้นได้กระทำโดยมีความมุ่งหมายเพื่อขู่เข็ญหรือบังคับรัฐบาลไทย รัฐบาลต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ ให้กระทำหรือไม่กระทำการใดอันจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง หรือเพื่อสร้างความปั่นป่วนโดยให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน ผู้นั้นกระทำความผิดฐานก่อการร้าย ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สามปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงหนึ่งล้านบาท

การกระทำในการเดินขบวน ชุมนุม ประท้วง โต้แย้ง หรือเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้รัฐช่วยเหลือหรือให้ได้รับความเป็นธรรมอันเป็นการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นการกระทำความผิดฐานก่อการร้าย

กระทำการสนับสนุนการก่อการร้าย มาตรา 135/3

มาตรา ๑๓๕/๓  ผู้ใดเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๓๕/๑ หรือมาตรา ๑๓๕/๒ ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการในความผิดนั้น ๆ

ตัวอย่าง

แดงกับเหลืองร่วมกับทำให้รางรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทยเสียหายจนใช้การไม่ได้ในเส้นทางสายใต้ และทิ้งใบปลิวไว้เกลือนบริเวณที่รางรถไฟเสียหาย โดยใบปลิวมีข้อความให้รัฐบาลไทยยอมตัดบางจังหวัดของพรรคใต้ออกเพื่อให้แยกตัวออกเป็นรัฐอิสระจากราชอาณาจักรไทย ดังนี้ แดงกับเหลืองมีความรับผิดทางอาญาฐานก่อการร้ายหรือไม่

การกระทำของแดงกับเหลืองเป็นความผิดฐานก่อการร้าย เพราะเหตุว่า แดงกับเหลืองกระทำความผิดอาญา อันก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ระบบการขนส่งสาธารณะคือ ระบบการเดินรถไฟสาธารณะ ทั้งนี้แดงกับเหลืองกระทำไปโดยมุ่งหมายบังคับรัฐบาลไทยให้ยินยอมแบ่งแยกราชอาณาจักรไทย อันเป็นการก่อความเสียหายอย่างร้ายแรง ดังนี้ แดงกับเหลืองจึงมีความผิดตามมาตรา 135/1 ฐานก่อการร้าย

ความผิดที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย มาตรา 135/2

มาตรา ๑๓๕/๒  ผู้ใด

(๑) ขู่เข็ญว่าจะกระทำการก่อการร้าย โดยมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่าบุคคลนั้นจะกระทำการตามที่ขู่เข็ญจริง หรือ

(๒) สะสมกำลังพลหรืออาวุธ จัดหาหรือรวบรวมทรัพย์สิน ให้หรือรับการฝึกการก่อการร้าย ตระเตรียมการอื่นใด หรือสมคบกัน เพื่อก่อการร้าย หรือกระทำความผิดใด ๆ อันเป็นส่วนของแผนการเพื่อก่อการร้าย หรือยุยงประชาชนให้เข้ามีส่วนในการก่อการร้าย หรือรู้ว่ามีผู้จะก่อการร้ายแล้วกระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิดไว้

ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสองแสนบาท

สนับสนุนความผิดที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย มาตรา 135/3

มาตรา ๑๓๕/๓  ผู้ใดเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๓๕/๑ หรือมาตรา ๑๓๕/๒ ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการในความผิดนั้น ๆ

ตัวอย่าง

แดงรู้ว่าในป่าลึกอยากได้เขตจังหวัดแม่ฮ่องสอนชายแดนของประเทศไทยมีใครกองกำลังติดอาวุธแบ่งแยกดินแดนของชนกลุ่มน้อยซึ่งมีเป้าหมายกระทำการก่อการร้ายโดยประสงค์แบ่งแยกดินแดนจากประเทศไทยและเคยดังกล่าวมีการฝึกการก่อการร้ายแดงจัดเฮ้าส์ปกรณ์เครื่องมือที่ใช้สำหรับฝึกการก่อการร้ายให้กับใครแห่งนั้นก็รณีเช่นนี้แดงมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการฝึกการก่อการร้ายตามมาตรา 135/3 ประกอบมาตรา 135/2

ตัวอย่าง

ม่วงเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงรู้ว่าแดงกับเหลืองสมคบกันจะกระทำการก่อการร้ายโดยขับเครื่องบินชนตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาลม่วงนิ่งเฉยไม่ได้กระทำการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในใดแก่แดงกับเหลืองเช่นนี้ม่วงมีความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายหรือไม่

แม้ม่วงนิ่งเฉยไม่ได้ช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในใดแก่แดงกับเหลืองแต่ม่วงมีฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงการที่ม่วงนิ่งเฉยถือเป็นการงดเว้นการที่จักต้องกระทำเพื่อป้องกันผลดังนี้ม่วงมีความผิดฐานรู้ว่ามีผู้จะก่อการร้ายแล้วกระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิดไว้ตามมาตรา 135/2 (2)

การเป็นสมาชิกคณะบุคคลที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้าย มาตรา 135/4

มาตรา ๑๓๕/๔  ผู้ใดเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งมีมติของหรือประกาศภายใต้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติกำหนดให้เป็นคณะบุคคลที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้ายและรัฐบาลไทยได้ประกาศให้ความรับรองมติหรือประกาศดังกล่าวด้วยแล้ว ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปีและปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท

ตัวอย่าง

คณะบุคคลกลุ่มหนึ่งตั้งชื่อกลุ่มของตนเองว่า “บินลาลม” คณะบุคคลกลุ่มนี้กระทำการก่อวินาศกรรมหลายครั้งในประเทศไทยแต่ไม่ใช่คณะบุคคลที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติการสหประชาชาติประกาศให้เป็นคณะบุคคลที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้าย แดงมีความชื่นชอบและศรัทธาการกระทำของคณะบุคคลกลุ่มนี้จึงเข้าร่วมเป็นสมาชิกเช่นนี้แดงมีความผิดตามมาตรา 135/4 หรือไม่

แดงไม่มีความผิดตามมาตรา 135/4 เพราะคณะบุคคลที่ชื่อว่า “บินลาลม” ไม่ใช่คณะบุคคลที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติการสหประชาชาติประกาศให้เป็นคณะบุคคลที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้ายจึงขาดองค์ประกอบของความผิดตามมาตรา 135/4 แต่แดงอาจมีความผิดฐานอังยี่ตามมาตรา 209