ความผิดฐานกรรโชกรีดอาทรัพย์ชิงทรัพย์และปล้นทรัพย์ อยู่ในประมวลกฎหมายอาญา ภาค 2 ลักษณะ 12 ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ หมวด 2 นับตั้งแต่มาตรา 337 ถึงมาตรา 340 ตรี รวมทั้งสิ้น 7 มาตรา แบ่งออกเป็น 3 เรื่อง คือ หนึ่ง ความผิดฐานกรรโชกและรีพเอาทรัพย์, สอง ความผิดฐานชิงทรัพย์ และสาม ความผิดฐานปล้นทรัพย์

หัวข้อ

  1. ความผิดฐานกรรโชกและรีดเอาทรัพย์
    1. ความผิดฐานกรรโชก
      1. การกระทำที่เป็นความผิดฐานกรรโชก ตามมาตรา 337
      2. เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้น ตามมาตรา 337 วรรคท้าย
    2. ความผิดฐานรีดเอาทรัพย์ ตามมาตรา 338
    3. เปรียบเทียบความผิดฐานกรรโชก รีดเอาทรัพย์ และความผิดต่อเสรีภาพตาม ตามมาตรา 309
      1. ความผิดฐานกรรโชกกับรีดเอาทรัพย์
      2. ความผิดฐานกรรโชกกับความผิดต่อเสรีภาพตามมาตรา 309
  2. ความผิดฐานชิงทรัพย์
    1. การกระทำที่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ มาตรา 339
    2. เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้น
      1. เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้นตามมาตรา 339 วรรคสอง
      2. เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้นตามมาตรา 339 วรรคสาม วรรคสี่ และวรรคท้าย
      3. เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้นตามมาตรา 339 ทวิ
      4. เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้นตามมาตรา 340 ตรี
    3. เปรียบเทียบความผิดฐานชิงทรัพย์กับกรรโชก
      1. วัตถุที่เป็นองค์ประกอบความผิด
      2. ลักษณะการกระทำ
      3. อันตรายที่ใช้ในการข่มขู่
      4. มูลเหตุจูงใจ
  3. ความผิดฐานปล้นทรัพย์
    1. การกระทำที่เป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์ ตามมาตรา 340
    2. เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้น
      1. เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้นตามมาตรา 340 วรรคสอง
      2. เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้นตามมาตรา 340 วรรคสาม
      3. เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้นตามมาตรา 340 วรรคสี่
      4. เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้นตามมาตรา 340 วรรคท้าย
      5. เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้นตามมาตรา 340 ทวิ
      6. เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้นตามมาตรา 340 ตรี
    3. เปรียบเทียบความผิดฐานปล้นทรัพย์และฐานชิงทรัพย์กับความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์

คำอธิบายเรียงรายมาตรา

ความผิดฐานกรรโชกและรีดเอาทรัพย์

ความผิดฐานกรรโชก

การกระทำที่เป็นความผิดฐานกรรโชก ตามมาตรา 337

มาตรา ๓๓๗  ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือของบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานกรรโชก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท

เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้น ตามมาตรา 337 วรรคท้าย

ถ้าความผิดฐานกรรโชกได้กระทำโดย

(๑) ขู่ว่าจะฆ่า ขู่ว่าจะทำร้ายร่างกายให้ผู้ถูกข่มขืนใจ หรือผู้อื่นให้ได้รับอันตรายสาหัส หรือขู่ว่าจะทำให้เกิดเพลิงไหม้แก่ทรัพย์ของผู้ถูกข่มขืนใจหรือผู้อื่น หรือ

(๒) มีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญ

ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท

ความผิดฐานรีดเอาทรัพย์ ตามมาตรา 338

มาตรา ๓๓๘  ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่น ให้ยอมให้ หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยขู่เข็ญว่าจะเปิดเผยความลับซึ่งการเปิดเผยนั้นจะทำให้ผู้ถูกขู่เข็ญหรือบุคคลที่สามเสียหาย จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานรีดเอาทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท

เปรียบเทียบความผิดฐานกรรโชก รีดเอาทรัพย์ และความผิดต่อเสรีภาพตาม ตามมาตรา 309

ความผิดฐานกรรโชกกับรีดเอาทรัพย์

ความผิดฐานกรรโชกกับความผิดต่อเสรีภาพตามมาตรา 309

ความผิดฐานชิงทรัพย์

การกระทำที่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ มาตรา 339

มาตรา ๓๓๙  ผู้ใดลักทรัพย์โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อ

(๑) ให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์หรือการพาทรัพย์นั้นไป

(๒) ให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์นั้น

(๓) ยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้

(๔) ปกปิดการกระทำความผิดนั้น หรือ

(๕) ให้พ้นจากการจับกุม

ผู้นั้นกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสองแสนบาท

เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้น

เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้นตามมาตรา 339 วรรคสอง

ถ้าความผิดนั้นเป็นการกระทำที่ประกอบด้วยลักษณะดังที่บัญญัติไว้ในอนุมาตราหนึ่งอนุมาตราใดแห่งมาตรา ๓๓๕ หรือเป็นการกระทำต่อทรัพย์ที่เป็นโค กระบือ เครื่องกลหรือเครื่องจักรที่ผู้มีอาชีพกสิกรรมมีไว้สำหรับประกอบกสิกรรม ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสามแสนบาท

เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้นตามมาตรา 339 วรรคสาม วรรคสี่ และวรรคท้าย

ถ้าการชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสี่แสนบาท

ถ้าการชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงสี่แสนบาท

ถ้าการชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต

เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้นตามมาตรา 339 ทวิ

มาตรา ๓๓๙ ทวิ  ถ้าการชิงทรัพย์ได้กระทำต่อทรัพย์ตามมาตรา ๓๓๕ ทวิ วรรคแรก ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสามแสนบาท

ถ้าการชิงทรัพย์นั้นเป็นการกระทำในสถานที่ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๓๕ ทวิ วรรคสองด้วย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสี่แสนบาท

ถ้าการชิงทรัพย์ตามวรรคแรกหรือวรรคสองเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงสี่แสนบาท

ถ้าการชิงทรัพย์ตามวรรคแรกหรือวรรคสองเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี

ถ้าการชิงทรัพย์ตามวรรคแรกหรือวรรคสองเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต

เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้นตามมาตรา 340 ตรี

มาตรา ๓๔๐ ตรี  ผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา ๓๓๙ มาตรา ๓๓๙ ทวิ มาตรา ๓๔๐ หรือมาตรา ๓๔๐ ทวิ โดยแต่งเครื่องแบบทหารหรือตำรวจหรือแต่งกายให้เข้าใจว่าเป็นทหารหรือตำรวจ หรือโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ กึ่งหนึ่ง

เปรียบเทียบความผิดฐานชิงทรัพย์กับกรรโชก

วัตถุที่เป็นองค์ประกอบความผิด

ลักษณะการกระทำ

อันตรายที่ใช้ในการข่มขู่

มูลเหตุจูงใจ

ความผิดฐานปล้นทรัพย์

การกระทำที่เป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์ ตามมาตรา 340

มาตรา ๓๔๐  ผู้ใดชิงทรัพย์โดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป ผู้นั้นกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสามแสนบาท

เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้น

เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้นตามมาตรา 340 วรรคสอง

ถ้าในการปล้นทรัพย์ ผู้กระทำแม้แต่คนหนึ่งคนใดมีอาวุธติดตัวไปด้วย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบสองปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนสี่หมื่นบาทถึงสี่แสนบาท

เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้นตามมาตรา 340 วรรคสาม

ถ้าการปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี

เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้นตามมาตรา 340 วรรคสี่

ถ้าการปล้นทรัพย์ได้กระทำโดยแสดงความทารุณจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ใช้ปืนยิง ใช้วัตถุระเบิด หรือกระทำทรมาน ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี

เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้นตามมาตรา 340 วรรคท้าย

ถ้าการปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต

เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้นตามมาตรา 340 ทวิ

มาตรา ๓๔๐ ทวิ  ถ้าการปล้นทรัพย์ได้กระทำต่อทรัพย์ตามมาตรา ๓๓๕ ทวิ วรรคแรก ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสี่แสนบาท

ถ้าการปล้นทรัพย์นั้นเป็นการกระทำในสถานที่ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๓๕ ทวิ วรรคสองด้วย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงสี่แสนบาท

ถ้าการปล้นทรัพย์ตามวรรคแรกหรือวรรคสอง ผู้กระทำแม้แต่คนหนึ่งคนใดมีอาวุธติดตัวไปด้วย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี

ถ้าการปล้นทรัพย์ตามวรรคแรกหรือวรรคสองเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต

ถ้าการปล้นทรัพย์ตามวรรคแรกหรือวรรคสองได้กระทำโดยแสดงความทารุณจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ใช้ปืนยิง ใช้วัตถุระเบิดหรือกระทำทรมาน ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต

ถ้าการปล้นทรัพย์ตามวรรคแรกหรือวรรคสองเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต

เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้นตามมาตรา 340 ตรี

มาตรา ๓๔๐ ตรี  ผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา ๓๓๙ มาตรา ๓๓๙ ทวิ มาตรา ๓๔๐ หรือมาตรา ๓๔๐ ทวิ โดยแต่งเครื่องแบบทหารหรือตำรวจหรือแต่งกายให้เข้าใจว่าเป็นทหารหรือตำรวจ หรือโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ กึ่งหนึ่ง

เปรียบเทียบความผิดฐานปล้นทรัพย์และฐานชิงทรัพย์กับความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์