ความผิดฐานฉ้อโกงโกงเจ้าหนี้และยักยอก อยู่ในประมวลกฎหมายอาญา ภาค 2 ความผิด ลักษณะ 12 ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ หมวด 3 ความผิดฐานฉ้อโกง, หมวด 4 ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ และหมวด 5 ความผิดฐานยักยอก นับตั้งแต่มาตรา 341 ถึงมาตรา 356 จำนวนทั้งสิ้น 15 มาตรา

หัวข้อ

  1. ความผิดฐานฉ้อโกง อยู่ในหมวด 3 นับตั้งแต่มาตรา 341 ถึงมาตรา 348 จำนวน 8 มาตรา
    1. การกระทำที่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง มาตรา 341
    2. ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่นหรืออาศัยความเบาปัญญาหรือความอ่อนแอแห่งจิตของผู้ถูกหลอกลวง มาตรา 342
    3. ฉ้อโกงประชาชน มาตรา 343
      1. ฉ้อโกงประชาชน มาตรา 343 วรรคแรก
      2. ฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่นหรืออาศัยความเบาปัญญาหรือความอ่อนแอแห่งจิตของผู้ถูกหลอกลวง มาตรา 343 วรรคสอง
    4. หลอกลวงใช้แรงงานผู้อื่น มาตรา 344
    5. ซื้อและบริโภคอาหารหรือเข้าอยู่ในโรงแรมโดยไม่ชำระเงิน มาตรา 345
    6. ชักจูงผู้อื่นให้จำหน่ายทรรัพย์สินโดยเสียเปรียบ มาตรา 346
    7. แกล้งทำให้วัตถุที่เอาประกันภัยเสียหาย มาตรา 347
    8. ความผิดฐานฉ้อโกงอาจยอมความได้ มาตรา 348
    9. เปรียบเทียบความผิดฐานฉ้อโกงกับความผิดฐานลักทรัพย์
  2. ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ อยู่ในหมวด 4 มี 3 มาตรา
    1. เอาไปหรือทำให้เสียหายซึ่งทรัยพ์อันตนจำนำไว้แก่ผู้อื่น มาตรา 349
    2. ยักย้ายทรัพย์สินเพื่อมิให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ มาตรา 350
    3. ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้เป็นความผิดอันยอมความได้ มาตรา 351
  3. ความผิดฐานยักยอก อยู่ในหมวด 5 นับตั้งแต่มาตรา 352 ถึงมาตรา 356 จำนวน 5 มาตรา
    1. การกระทำที่เป็นความผิดฐานยักยอก มาตรา 352 วรรคแรก
    2. ยักยอกทรัพย์ที่มีผู้ส่งมอบให้โดยสำคัญผิดหรือยักยอกทรัพย์สินหาย มาตรา 352 วรรคสอง
      1. ยักยอกทรัพย์ที่มีผู้ส่งมอบให้โดยสำคัญผิด
      2. ยักยอกทรัพย์สินหาย
    3. ผู้จัดการทรัพย์สินกระทำผิดหน้าที่ของตนโดยทุจริต มาตรา 353
    4. ยักยอกกระทำโดยผู้มีอาชีพเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน มาตรา 354
    5. ยักยอกของมีค่าที่เก็บได้ มาตรา 355
    6. ความผิดฐานยักยอกเป็นความผิดอันยอมความได้ มาตรา 356
    7. เปรียบเทียบความผิดฐานยักยอกกับความผิดฐานลักทรัพย์และความผิดฐานฉ้อโกง
      1. เปรียบเทียบความผิดฐานยักยอกกับความผิดฐานลักทรัพย์
      2. เปรียบเทียบการยักยอกทรัพย์สินหายกับความผิดฐานลักทรัพย์
      3. เปรียบเทียบความผิดฐานยักยอกกับความผิดฐานฉ้อโกง

คำอธิบายเรียงรายมาตรา

ความผิดฐานฉ้อโกง

อยู่ในประมวลกฎหมายอาญา ภาค 2 ลักษณะ 12 ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ หมวด 3 นับตั้งแต่มาตรา 341 ถึงมาตรา 348 จำนวน 8 มาตรา

การกระทำที่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง มาตรา 341

มาตรา ๓๔๑  ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ความผิดฐานฉ้อโกง ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงเช่นว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวง…

โดยทุจริต มาตรา 1(1) ต้องทุจริตขณะหลอกลวง ไม่ใช่ทุจริตในภายหลัง

หลอกลวงผู้อื่น คือ ทำให้หลงเชื่อผิดไปจากความเป็นจริง

ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ การหลอกลวงต้องเกิดจากการกระทำของผู้หลอก โดยการแสดงความเท็จนั้นอาจทำได้โดยวาจา ลายลักษณ์อักษร การแสดงกิริยาท่าทางหรือรูปแบบอื่นๆ เช่น…

  • ต้องมีลักษณะเป็นเหตุการณ์ข้อเท็จจริงซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริงในขณะที่กล่าว
  • ต้องเป็นข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ในอดีตหรือปัจจุบัน จะเป็นเหตุการณ์ในอนาคตไม่ได้
  • การให้คำมั่นสัญญาโดยปกติไม่เป็นการแสดงข้อเท็จจริง ไม่อาจผิดฐานฉ้อโกง
  • ถ้าคำมั่นมีการแสดงข้อความในปัจจุบันอยู่ด้วยซึ่งไม่เป็นความจริง ถือเป็นการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ
  • หากเป็นคำมั่นเท็จ ต้องพิสูจน์ได้ว่าผู้กระทำมีเจตนาจะหลอกลวงมาแต่แรก

ได้ไป หมายถึง การส่งมอบให้โดยถูกหลอกลวง โดยไม่มีการแย่งการครอบครอง

สำเร็จเมื่อ ได้ไป โดยปกติคือ ส่งมอบการครอบครอง

ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่นหรืออาศัยความเบาปัญญาหรือความอ่อนแอแห่งจิตของผู้ถูกหลอกลวง มาตรา 342

มาตรา ๓๔๒  ถ้าในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ผู้กระทำ

(๑) แสดงตนเป็นคนอื่น หรือ

(๒) อาศัยความเบาปัญญาของผู้ถูกหลอกลวงซึ่งเป็นเด็ก หรืออาศัยความอ่อนแอแห่งจิตของผู้ถูกหลอกลวง

ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ฉ้อโกงประชาชน มาตรา 343

ฉ้อโกงประชาชน มาตรา 343 วรรคแรก

มาตรา ๓๔๓  ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา ๓๔๑ ได้กระทำด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่นหรืออาศัยความเบาปัญญาหรือความอ่อนแอแห่งจิตของผู้ถูกหลอกลวง มาตรา 343 วรรคสอง

ถ้าการกระทำความผิดดังกล่าวในวรรคแรก ต้องด้วยลักษณะดังกล่าวในมาตรา ๓๔๒ อนุมาตราหนึ่งอนุมาตราใดด้วย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท

หลอกลวงใช้แรงงานผู้อื่น มาตรา 344

มาตรา ๓๔๔  ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงบุคคลตั้งแต่สิบคนขึ้นไปให้ประกอบการงานอย่างใด ๆ ให้แก่ตนหรือให้แก่บุคคลที่สาม โดยจะไม่ใช้ค่าแรงงานหรือค่าจ้างแก่บุคคลเหล่านั้น หรือโดยจะใช้ค่าแรงงานหรือค่าจ้างแก่บุคคลเหล่านั้นต่ำกว่าที่ตกลงกัน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ซื้อและบริโภคอาหารหรือเข้าอยู่ในโรงแรมโดยไม่ชำระเงิน มาตรา 345

มาตรา ๓๔๕  ผู้ใดสั่งซื้อและบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่ม หรือเข้าอยู่ในโรงแรม โดยรู้ว่าตนไม่สามารถชำระเงินค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม หรือค่าอยู่ในโรงแรมนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ชักจูงผู้อื่นให้จำหน่ายทรัพย์สินโดยเสียเปรียบ มาตรา 346

มาตรา ๓๔๖  ผู้ใดเพื่อเอาทรัพย์สินของผู้อื่นเป็นของตนหรือของบุคคลที่สาม ชักจูงผู้หนึ่งผู้ใดให้จำหน่ายโดยเสียเปรียบซึ่งทรัพย์สิน โดยอาศัยเหตุที่ผู้ถูกชักจูงมีจิตอ่อนแอ หรือเป็นเด็กเบาปัญญา และไม่สามารถเข้าใจตามควรซึ่งสาระสำคัญแห่งการกระทำของตน จนผู้ถูกชักจูงจำหน่ายซึ่งทรัพย์สินนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แกล้งทำให้วัตถุที่เอาประกันภัยเสียหาย มาตรา 347

มาตรา ๓๔๗  ผู้ใดเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์จากการประกันวินาศภัย แกล้งทำให้เกิดเสียหายแก่ทรัพย์สินอันเป็นวัตถุที่เอาประกันภัย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ความผิดฐานฉ้อโกงอาจยอมความได้ มาตรา 348

มาตรา ๓๔๘  ความผิดในหมวดนี้ นอกจากความผิดตามมาตรา ๓๔๓ เป็นความผิดอันยอมความได้

เปรียบเทียบความผิดฐานฉ้อโกงกับความผิดฐานลักทรัพย์

ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้

อยู่ในประมวลกฎหมายอาญา ภาค 2 ลักษณะ 12 ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ หมวด 4 มี 3 มาตรา

เอาไปหรือทำให้เสียหายซึ่งทรัยพ์อันตนจำนำไว้แก่ผู้อื่น มาตรา 349

มาตรา ๓๔๙  ผู้ใดเอาไปเสีย ทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์อันตนจำนำไว้แก่ผู้อื่น ถ้าได้กระทำเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้รับจำนำ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ยักย้ายทรัพย์สินเพื่อมิให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ มาตรา 350

มาตรา ๓๕๐  ผู้ใดเพื่อมิให้เจ้าหนี้ของตนหรือของผู้อื่นได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ซึ่งได้ใช้หรือจะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ชำระหนี้ ย้ายไปเสีย ซ่อนเร้น หรือโอนไปให้แก่ผู้อื่นซึ่งทรัพย์ใดก็ดี แกล้งให้ตนเองเป็นหนี้จำนวนใดอันไม่เป็นความจริงก็ดี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้เป็นความผิดอันยอมความได้ มาตรา 351

มาตรา ๓๕๑  ความผิดในหมวดนี้เป็นความผิดอันยอมความได้

ความผิดฐานยักยอก

อยู่ในหมวด 5 นับตั้งแต่มาตรา 352 ถึงมาตรา 356 จำนวน 5 มาตรา

การกระทำที่เป็นความผิดฐานยักยอก มาตรา 352 วรรคแรก

มาตรา ๓๕๒  ผู้ใดครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่น หรือซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานยักยอก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ยักยอกทรัพย์ที่มีผู้ส่งมอบให้โดยสำคัญผิดหรือยักยอกทรัพย์สินหาย มาตรา 352 วรรคสอง

ถ้าทรัพย์นั้นได้ตกมาอยู่ในความครอบครองของผู้กระทำความผิด เพราะผู้อื่นส่งมอบให้โดยสำคัญผิดไปด้วยประการใด หรือเป็นทรัพย์สินหายซึ่งผู้กระทำความผิดเก็บได้ ผู้กระทำต้องระวางโทษแต่เพียงกึ่งหนึ่ง

ยักยอกทรัพย์ที่มีผู้ส่งมอบให้โดยสำคัญผิด

ยักยอกทรัพย์สินหาย

ผู้จัดการทรัพย์สินกระทำผิดหน้าที่ของตนโดยทุจริต มาตรา 353

มาตรา ๓๕๓  ผู้ใดได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่น หรือทรัพย์สินซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย กระทำผิดหน้าที่ของตนด้วยประการใด ๆ โดยทุจริต จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของผู้นั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ยักยอกกระทำโดยผู้มีอาชีพเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน มาตรา 354

มาตรา ๓๕๔  ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา ๓๕๒ หรือมาตรา ๓๕๓ ได้กระทำในฐานที่ผู้กระทำความผิดเป็นผู้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่นตามคำสั่งของศาล หรือตามพินัยกรรม หรือในฐานเป็นผู้มีอาชีพหรือธุรกิจ อันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ยักยอกของมีค่าที่เก็บได้ มาตรา 355

มาตรา ๓๕๕  ผู้ใดเก็บได้ซึ่งสังหาริมทรัพย์อันมีค่า อันซ่อนหรือฝังไว้โดยพฤติการณ์ซึ่งไม่มีผู้ใดอ้างว่าเป็นเจ้าของได้ แล้วเบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ความผิดฐานยักยอกเป็นความผิดอันยอมความได้ มาตรา 356

มาตรา ๓๕๖  ความผิดในหมวดนี้เป็นความผิดอันยอมความได้

เปรียบเทียบความผิดฐานยักยอกกับความผิดฐานลักทรัพย์และความผิดฐานฉ้อโกง

เปรียบเทียบความผิดฐานยักยอกกับความผิดฐานลักทรัพย์

เปรียบเทียบการยักยอกทรัพย์สินหายกับความผิดฐานลักทรัพย์

เปรียบเทียบความผิดฐานยักยอกกับความผิดฐานฉ้อโกง