ความผิดต่อชีวิต อยู่ในประมวลกฎหมายอาญา ภาค 2 ความผิด ลักษณะ 10 หมวด 1 นับตั้งแต่มาตรา 288 ถึงมาตรา 294 จำนวนทั้งสิ้น 7 มาตรา แบ่งออกเป็น 5 เรื่องคือ หนึ่ง การทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยเจตนา, สอง การทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยไม่เจตนา, สาม การทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยประมาท, สี่ การกระทำอันเป็นเหตุให้ผู้อื่นฆ่าตนเองหรือพยายามฆ่าตนเอง และ ห้า การเข้าร่วมชุลมุนต่อสู้ทำให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดถึงแก่ความตาย.

หัวข้อ

  1. การทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยเจตนา
    1. ฆ่าผู้อื่น ตามมาตรา 288
    2. เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้น ตามมาตรา 289
  2. การทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยไม่เจตนา
    1. ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย ตามมาตรา 290
    2. เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้น ตามมาตรา 290
      1. ทำร้ายบุพการี
      2. ทำร้ายเจ้าพนักงาน
      3. ทำร้ายผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน
      4. ทำร้ายผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
      5. ทำร้ายโดยทรมานหรือโดยทารุณโหดร้าย
      6. ทำร้ายผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการ หรือเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น
      7. ทำร้ายผู้อื่นเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น หรือเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้
  3. การทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยประมาท
    1. กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามมาตรา 291
    2. ความไม่รู้ข้อเท็จจริงหรือความสำคัญผิดในข้อเท็จจริงโดยประมาท ตามมาตรา 62 วรรคสอง
  4. การกระทำอันเป็นเหตุให้ผู้อื่นฆ่าตนเองหรือพยายามฆ่าตนเอง
    1. กระทำด้วยการปฏิบัติอันทารุณ ตามมาตรา 292
    2. กระทำด้วยการช่วยเหลือยุยง ตามมาตรา 293
  5. การเข้าร่วมชุลมุนต่อสู้ทำให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดถึงแก่ความตาย
    1. เข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ทำให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดถึงแก่ความตาย ตามมาตรา 294
    2. เหตุยกเว้นโทษ ตามมาตรา 294 วรรคท้าย

อธิบายรายละเอียดเรียงรายมาตรา

การทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยเจตนา

ฆ่าผู้อื่น ตามมาตรา 288

มาตรา ๒๘๘  ผู้ใดฆ่าผู้อื่น ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี

เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้น ตามมาตรา 289

มาตรา ๒๘๙  ผู้ใด

(๑) ฆ่าบุพการี

(๒) ฆ่าเจ้าพนักงาน ซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่จะกระทำ หรือได้กระทำการตามหน้าที่

(๓) ฆ่าผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน ในการที่เจ้าพนักงานนั้นกระทำตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่บุคคลนั้นจะช่วยหรือได้ช่วยเจ้าพนักงานดังกล่าวแล้ว

(๔) ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

(๕) ฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย

(๖) ฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการ หรือเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น หรือ

(๗) ฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอา หรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้

ต้องระวางโทษประหารชีวิต

การทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยไม่เจตนา

ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย ตามมาตรา 290

มาตรา ๒๙๐  ผู้ใดมิได้มีเจตนาฆ่า แต่ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี

เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้น ตามมาตรา 290

ถ้าความผิดนั้นมีลักษณะประการหนึ่งประการใด ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๘๙ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงยี่สิบปี

ทำร้ายบุพการี

ทำร้ายเจ้าพนักงาน

ทำร้ายผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน

ทำร้ายผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

ทำร้ายโดยทรมานหรือโดยทารุณโหดร้าย

ทำร้ายผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการ หรือเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น

ทำร้ายผู้อื่นเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น หรือเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้

การทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยประมาท

กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามมาตรา 291

มาตรา ๒๙๑  ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท

59 วรรคสี่. กระทำโดยประมาท ได้แก่ กระทำความผิดมิใช่โดยเจตนา แต่กระทำโดยปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และผู้กระทำอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่

291 ประมาท กระทำโดยมิได้มีเจตนา แต่กระทำโดยปราศจากความระมัดระวัง แม้ผู้กระทำจะมิได้ประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลแห่งการกระทำของตน ก็แสดงถึงความชั่วร้ายในจิตใจที่ไม่นำพาต่อผลร้ายที่จะเกิดแก่บุคคลอื่น. กฎหมายจึงต้องบัญญัติว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิด และมีโทษ เพื่อให้บุคคลใช้ความระมัดระวังต่อการกระทำยิ่งขึ้น.

ความไม่รู้ข้อเท็จจริงหรือความสำคัญผิดในข้อเท็จจริงโดยประมาท ตามมาตรา 62 วรรคสอง

มาตรา ๖๒  ข้อเท็จจริงใด ถ้ามีอยู่จริงจะทำให้การกระทำไม่เป็นความผิด หรือทำให้ผู้กระทำไม่ต้องรับโทษ หรือได้รับโทษน้อยลง แม้ข้อเท็จจริงนั้นจะไม่มีอยู่จริง แต่ผู้กระทำสำคัญผิดว่ามีอยู่จริง ผู้กระทำย่อมไม่มีความผิด หรือได้รับยกเว้นโทษ หรือได้รับโทษน้อยลง แล้วแต่กรณี

ถ้าความไม่รู้ข้อเท็จจริงตามความในวรรคสามแห่งมาตรา ๕๙ หรือความสำคัญผิดว่ามีอยู่จริงตามความในวรรคแรก ได้เกิดขึ้นด้วยความประมาทของผู้กระทำความผิด ให้ผู้กระทำรับผิดฐานกระทำโดยประมาท ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะว่า การกระทำนั้นผู้กระทำจะต้องรับโทษแม้กระทำโดยประมาท

บุคคลจะต้องรับโทษหนักขึ้นโดยอาศัยข้อเท็จจริงใด บุคคลนั้นจะต้องได้รู้ข้อเท็จจริงนั้น

การกระทำอันเป็นเหตุให้ผู้อื่นฆ่าตนเองหรือพยายามฆ่าตนเอง

กระทำด้วยการปฏิบัติอันทารุณ ตามมาตรา 292

มาตรา ๒๙๒  ผู้ใดกระทำด้วยการปฏิบัติอันทารุณ หรือด้วยปัจจัยคล้ายคลึงกันแก่บุคคลซึ่งต้องพึ่งตน ในการดำรงชีพหรือในการอื่นใด เพื่อให้บุคคลนั้นฆ่าตนเอง ถ้าการฆ่าตนเองนั้นได้เกิดขึ้นหรือได้มีการพยายามฆ่าตนเอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท

กระทำด้วยการช่วยเหลือยุยง ตามมาตรา 293

มาตรา ๒๙๓  ผู้ใดช่วยหรือยุยงเด็กอายุยังไม่เกินสิบหกปี หรือผู้ซึ่งไม่สามารถเข้าใจว่าการกระทำของตนมีสภาพหรือสาระสำคัญอย่างไร หรือไม่สามารถบังคับการกระทำของตนได้ ให้ฆ่าตนเอง ถ้าการฆ่าตนเองนั้นได้เกิดขึ้นหรือได้มีการพยายามฆ่าตนเอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

การเข้าร่วมชุลมุนต่อสู้ทำให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดถึงแก่ความตาย

เข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ทำให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดถึงแก่ความตาย ตามมาตรา 294

มาตรา ๒๙๔  ผู้ใดเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป และบุคคลหนึ่งบุคคลใดไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เข้าร่วมในการนั้นหรือไม่ ถึงแก่ความตายโดยการกระทำในการชุลมุนต่อสู้นั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เหตุยกเว้นโทษ ตามมาตรา 294 วรรคท้าย

ถ้าผู้ที่เข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้นั้นแสดงได้ว่า ได้กระทำไปเพื่อห้ามการชุลมุนต่อสู้นั้น หรือเพื่อป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ