Welcome

Sketch Design Layout

นี่ก็ใกล้เวลาสอบเข้ามาทุกทีปีนี้ 2017 เห็นว่ามีเวลาฝึกมือมากกว่าทุกครั้งเพราะการสอบทั้งหมดดูเหมือนจะเลื่อนออกไปประมาณเดือนธันวาคมตามระบบ TCAS ระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัยแบบใหม่แต่เดือนหน้าที่จะถึงนี้เห็นทีจะมีการคัดเลือกนักศึกษาด้วยระบบพอร์ตฟอลิโอหรือดูแฟ้มผลงานโดยไม่ต้องมีการสอบ นักเรียนทั่วไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งสายสามัญที่โดยปกติเรียนแต่วิชาสามัญส่วนใหญ่คงไม่มีเวลาทำผลงานมากมายนักแต่ก็คงต้องรู้ไว้เพราะในแต่ละปีดูเหมือนการคัดเลือกนักศึกษาเข้าเรียนศิลปะด้วยผลงานจะมีบทบาทมากขึ้น

วันนี้ก็เลยเลือกที่จะพูดถึง SKD หรือ Sketch Design ขึ้นมาก่อนเพราะมีประโยชน์ทั้งสองทาง หนึ่งคือใช้ทำพอร์ตได้ สองคือเป็นแนวข้อสอบปฏิบัติ. สำหรับคนที่เรียนสายอาชีพหรือคลุกคลีกับตึกติวอยู่แล้วมันคงไม่ยากเพราะเคยทำหรือมีตัวอย่างงานดีๆให้ดูอยู่มาก แต่สำหรับคนที่สนใจเรียนทางด้านศิลปะแต่ไม่ได้คลุกคลีกับตึกติวหรือไม่เคยทำผลงานมาก่อนก็จะแนะนำให้รู้จักกับ Sketch Design กัน

Sketch Design หรือมักจะถูกเขียนย่อๆในงานออกแบบว่า SKD เป็นภาพร่างงานออกแบบที่แสดงให้เห็นภาพความคิดและรายละเอียดต่างๆในงานออกแบบได้อย่างชัดเจน และเป็นที่เข้าใจตรงกันระหว่างผู้ออกแบบและผู้ดูงาน ซึ่งก็มีทั้งผู้จ้างงาน, ผู้ผลิตชิ้นงาน, ซึ่งงานแต่ละชิ้นก็มีความเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน อาจจะต้องมีคนเข้ามาเกี่ยวข้องมากน้อยไม่เท่ากันแต่ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับงานออกแบบควรจะเห็นภาพเหมือนกันและเข้าใจตรงกัน. สรุปแล้ว Sketch Design คือแบบเสนอแนวความคิดของนักออกแบบซึ่งก็จะเป็นหนึ่งในสองของวิชากหลักในการสอบเข้าคณะศิลปะและการออกแบบด้วย

ผู้เขียนคิดว่าอาจารย์ผู้สอนระดับมหาวิทยาลัยที่เป็นผู้ตรวจแฟ้มผลงานของนักเรียนก็คงคาดหวังว่าจะได้เห็นเจ้า SKD ปรากฏอยู่ในพรอร์ตของผู้สนใจเรียนต่อทางด้านออกแบบบ้าง ดังนั้นอย่ารอช้า เรามาเริ่มทำ Sketch Design กันดีกว่า

ก่อนอื่นควรทำความเข้าใจก่อนว่า คณะและสาขาทางด้านออกแบบมีหลายสาขา และรูปแบบของ SKD มีรายละเอียดแตกต่างกันเช่น ออกแบบนิเทศน์ศิลป์, ออกแบบผลิตภัณฑ์, ออกแบบตกแต่งภายใน, ออกแบบสถาปัตย์, ฯลฯ

(ภาพประกอบที่ 1 : Skech Design ออกแบบนิเทศน์ศิลป์)
(ภาพประกอบที่ 2 : Skech Design ออกแบบผลิตภัณฑ์)
(ภาพประกอบที่ 3 : Skech Design ออกแบบตกแต่งภายใน)
(ภาพประกอบที่ 4 : Skech Design ออกแบบสถาปัตย์)
(ภาพประกอบที่ 5 : Skech Design ออกแบบประยุกตศิลป์)
(ภาพประกอบที่ 6 : Skech Design ออกแบบเครื่องเคลือบดินเผา)
(ภาพประกอบที่ 7 : Skech Design ออกแบบเครื่องประดับ)
(ภาพประกอบที่ 8 : Skech Design ออกแบบเครื่องแต่งกาย)

จะเห็นได้ว่าในงานออกแบบแต่ละสาขามีรายละเอียดที่แตกต่างกันมากแต่ในโครงสร้างแล้วมีความเหมือนกัน สิ่งที่มีร่วมกันคือ 1.หัวข้อ(Title) 2.แนวคิด(Concept) 3.รายละเอียด(Detail) ซึ่งการจัดวางพื้นที่ของแต่ละส่วนให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ง่ายต่อการอ่านทำความเข้าใจและยังดูสวยงามมีความน่าสนใจนี่เองเป็นพื้นฐานของการออกแบบทำ Sketch Design ซึ่งก็เป็นพื้นฐานของการนำเสนองานด้วย (Presentation) ก่อนทำ SKD ให้เราลองทบทวนหัวข้อย่อยต่างๆว่ามีข้อมูลอะไรบ้างที่ต้องปรากฏใน SKD ของเรา เช่นถ้าเราต้องการทำ SKD ออกแบบตัวละครในวิชานิเทศน์ศิลป์ ก็ต้องมี 1.หัวข้อ 2.แนวคิด/ข้อมูลหรือประวัติความเป็นมาตัวละคร 3.รายละเอียดจะประกอบด้วย 3.1)ท่าโพสต์(เป็นภาพโชว์ที่จะเป็นจุดเด่นของงาน 3.2)ภาพด้าน มีด้านหน้า,ด้านข้างและด้านหลัง 3.3)อารมณ์ต่างๆสัก 4 อารมณ์ 3.4)และอาจจะมีอธิบายรายละเอียดของอาวุธหรือเสื้อผ้าสักจุดหนึ่ง. สมมุติว่าจบแล้ว ข้อมูลของเราจะมีเท่านี้ เราก็จัดการคิดว่าข้อมูลแต่ละหัวข้อกินพื้นที่เป็นสี่เหลี่ยมแล้วลองเอามันเข้าไปจัดวางในกรอบสี่เหลี่ยมของหน้ากระดาษทีมีสัดส่วนเท่ากับงานของเราดู ลองจัดให้สวยงาม โดยมีลำดับวิธีการคิดดังนี้

Sketch Design Layout หรือตามหัวเรื่องของเราเลยคือเจ้า SKD Layout นี่เป็นภาพร่างเค้าโครงหน้ากระดาษของ Sketch Design กล่าวคือมันเป็นเครื่องมือในการออกแบบการนำเสนอของ SKD อีกทีก่อนที่จะเริ่มวาด SKD ลงไปจริงๆ เราควรจะร่าง SKD Layout เพื่อดูภาพรวมของงานก่อน มันไม่ได้เป็นกฏข้อบังคับอะไรว่าต้องทำ ก็เหมือนกับการสร้างสรรค์งานอื่นๆที่เราอาจจะแค่วาดไปเรื่อยๆก็ได้ แต่เครื่องมีชิ้นนี้จะช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมก่อนที่จะทำงานเสร็จและแนะนำให้ลองทำดูก่อน แล้วงานเราจะออกมาเป็นระเบียบเรียบร้อยขึ้น

(ภาพประกอบ9: SKD Layout แบบเรียบง่ายลำดับแรกทีมีแต่หัวข้อหลัก)
(ภาพประกอบ10: SKD Layout แบบเรียบง่ายลำดับสองที่มีหัวข้อรอง)
(ภาพประกอบ11: SKD Layout แบบซับซ้อนลำดับแรก)
(ภาพประกอบ12: SKD Layout แบบซับซ้อนที่มีหัวข้อรอง)

รูปแบบ SKD ที่เข้าใจง่ายจะสอดคล้องกับประสบการณ์ และความถนัดของคนทั่วไปที่ใช้ตาดูหรืออ่านอะไรสักอย่าง ถ้าเป็นคนไทยก็จะอ่านจากซ้ายไปขวา บนลงล่าง เราก็ควรจะวางเค้าโครงไปตามนั้น. แต่ถ้าพูดถึงความน่าสนใจของงาน ต้องการให้มีจุดเด่น เราก็ควรจะวางจุดเด่นในตำแหน่งที่เหมาะสม*1 มีขนาดที่ใหญ่พอ*2 และจัดองค์ประกอบให้มีขนาดลดหลันกันตามความเหมาะสมเพื่อให้ชิ้นงานของเรามีความหลากหลายน่าสนใจ และหากเป็นไปได้อาจทำให้งานมีระยะด้วยก็จะช่วยเสริมให้งานเด่นขึ้น

(ภาพประกอบ13: ตัวอย่าง SKD ที่มีจุดเด่นในตำแหน่งและขนาดที่เหมาะสม ลดหลั่นกันด)
(ภาพประกอบ14: ตัวอย่าง SKD ที่มีการซ้อนข้อมูลบางอย่างเพื่อให้งานมีระยะ)

พูดถึงรายละเอียดของ SKD ส่วนใหญ่จะคล้ายกันคือประกอบด้ว1.ภาพด้านต่างๆ 2.ภาพมุมมองสมจริงที่จะเอาไว้โชว์(ลงสี) 3. ภาพด้านตัดของวัตถุหรือส่วนขยายรายละเอียดที่มองไม่เห็นจากมุมอื่นๆ. ทีนี้ SKD ที่ดูจะมีรูปแบบเป็นทางการ เป็นกิจลักษณะกว่าเพื่อนก็มีออกแบบตกแต่งภายในกับสถาปัตย์ที่จะต้องมีรายละเอียดมากหน่อยและมีสัญลักษณ์ที่ใช้กันเป็นสากลจะต้องจำ เป็นสัญลักษณ์ในการเขียนแบบต่างๆ จะยกตัวอย่างรายละเอียดของ SKD ตกแต่งภายในก็มีดังนี้ 1.Plan คือภาพตัดจากมุมมองด้านบน ใช้แสดงแบบในลักษณะแผนผังหรือแผนที่ 2.elevation ภาพด้านใช้แสดงมุมมอง2มิติจากด้านต่างๆ(Top, Front, Side) 3.section ภาพตัด ใช้แสดงสิ่งต่างๆที่อยู่ด้านในจากมุมมองด้านต่างๆ 4.Perspective เป็นภาพแสดงมุมมองสมจริงที่สวยงามของอาคารหรือสถานที่ๆออกแบบนั่นเอง

(ภาพประกอบ:Plan)

ที่มา : www.houseplans.pro
(ภาพประกอบ:Elevation)
ที่มา: แหล่งความรู้ที่เป็นประโยชน์เรื่องแบบทางสถาปัตย์
(ภาพประกอบ:Section)
(ภาพประกอบ:Perspective)

ก็เท่านี้ก็คงจะเพียงพอสำหรับเป็นแนวทางในการเริ่มต้นทำ SKD แบบลูกทุ่งๆได้ในระดับหนึ่งแล้ว เดี๋ยวจะมาขยายความวิธีการวาดรายละเอียดต่างๆอย่างเหมาะสมในบทอื่นๆนะ

กลับด้านบน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

error: Content is protected !!